ด่วน! เกิดเหตุเพลิงไหม้ตลาดคลองถม พ่อค้าแม่ค้าขนของหนีไฟกันอลหม่าน (มีคลิป)

เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 13 ก.พ. ศูนย์วิทยุ จส.100 และสวพ.91 ทวิตรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรง ภายในคลองถม เซ็นเตอร์ (ตลาดคลองถม) ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างเก็บข้าวของวิ่งหนีกันอลหม่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงสวนมะลิกำลังพยายามฉีดน้ำยับยั้งอยู่

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก: สวพ.91, จส.100, @praramcommand, @mookitkub, FIRE&RESCUE(TEAM)

ขอบคุณคลิปจาก: หมี ธนพล วัฒนปรีดี

Google เผยยอดดูวีดีโอช่วงวาเลนไทน์เพิ่มขึ้น 199% เมื่อเทียบกับปีก่อน

Google เผยยอดดูวีดีโอช่วงวาเลนไทน์เพิ่มขึ้น 199% เมื่อเทียบกับปีก่อนวันนี้ Google เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกพฤติกรรมการชมวิดีโอของคนไทยโดยระบุว่าปีที่แล้วยอดการชมวิดีโอในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์โตขึ้นถึง 199% เมื่อเทียบปีต่อปีกับปี 2559Google จัดทำการสำรวจดังกล่าวเพื่อศึกษาว่ามีการชมวิดีโอบน YouTube ในช่วงวาเลนไทน์ปีที่ผ่านมาอย่างไร และผู้ชมชมอะไรในช่วงดังกล่าวและปัจจัยแวดล้อมต่างๆ สำหรับนักการตลาด YouTube มีบทบาทต่อคนไทยในช่วงวาเลนไทน์ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้:

  • เป็นอะไรที่มากกว่าความโรแมนติก: มีความรักอบอวลอยู่รอบตัวในเวลานี้แต่อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ใช่แค่เรื่องของความโรแมนติก แต่รวมถึงการใช้โอกาสนี้แสดงออกและแสดงความรักให้กับคนในครอบครัวไปจนถึงเพื่อนๆ อีกด้วย
  • ของขวัญจากหัวใจ: สำหรับคนไทยแล้ววันวาเลนไทน์เป็นมากกว่าโอกาสที่ผู้คนออกไปซื้อหาดอกกุหลาบและช็อกโกแลตโอกาสนี้คนไทยใช้เวลากันจริงๆ จังๆ ลงทุนลงแรงทำของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับคนรักด้วยตัวเอง
  • ความมั่นใจ: วัยรุ่นไทยไม่พลาดที่จะปรับโฉมเปลี่ยนลุคการแต่งตัวของตัวเองให้ดูดี
  • ผูกความรักให้แนบแน่น: คู่รักชาวไทยเลือกวันนี้ในการกระชับความสัมพันธ์อันแสนโรแมนติก ด้วยคำมั่นว่าจะรักกันตราบนิรันดร์

“สำหรับชาวราชบุรี” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ราชบุรี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ราชบุรี ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

พ่อกอดลูกน้อยแน่น!! ขับหกล้อวูบหลับ เสยยับพ่วงหวิดดับยกครัว จนท.งัดร่างเมีย

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่10 ก.พ. 60 ร.ต.อ.ชัยมงคล เหมือนสนธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.ไชโย จ.อ่างทอง รับแจ้งเหตุรถหกล้อชนรถพ่วงมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในรถ เหตุเกิดบนถนนสายเอเชีย (ขาขึ้นนครสวรรค์) หลักกิโลเมตรที่ 60 หมู่ที่ 1 ต.จรเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยทีมแพทย์กู้ชีพโรงพยาบาลไชโย และเจ้าหน้าที่สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทองที่เกิดเหตุบนถนน พบรถหกล้อยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-5219 ขอนแก่น ชนท้ายอัดติดกับรถพ่วงยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียนตัวหัว 83-1011 นครสวรรค์ หมายเลขทะเบียนตัวพ่วง 83-4272 นครสวรรค์ ตรวจสอบภายในรถ พบมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยนำร่างออกมา และทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรถกู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาลไชโย ทราบชื่อ คือ นางจิราวรรณ แข็งขัน อายุ 32 ปี อยู่หมู่ที่ 10 ต.โนนหนามแท่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ได้รับบาดเจ็บที่ขาและที่ศีรษะนอกจากนั้น บริเวณริมถนน พบนายกิตติพงษ์ แข็งขัน อายุ 30 ปี คนขับรถหกล้อ นั่งกอดเด็กหญิงณัฐวดี แข็งขัน ลูกสาววัย 4 ขวบ และ เด็กชายไรรัน สมบัติ ลูกชายวัย 5 ขวบ ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไว้ โดยตัวนายกิตติพงษ์นั้นได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขา เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลไชโยจากการสอบถามนายกิตติพงษ์ กล่าวว่า ตนขับรถขนพัสดุออกมาจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลากลางดึกของเมื่อคืน โดยมีนางจิราวรรณ ภรรยา เด็กหญิงณัฐวดี ลูกสาว และเด็กชายไรรัน ลูกชายโดยสารมาด้วย โดยมุ่งหน้าจะไปส่งพัสดุยังจังหวัดอุทัยธานี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ระหว่างที่ขับรถมานั้นเกิดวูบหลับ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนรถหกล้อของตนไปชนกับรถพ่วงข้างหน้าแล้ว ซึ่งหลังเกิดเหตุคนขับรถพ่วงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้มาช่วยตนกับลูกๆ ลงมาจากรถ ก่อนที่จะไปให้การช่วยเหลือภรรยาของตนด้านนายจรัญ วันนา อายุ 34 ปี อยู่หมู่ที่ 4 ต.หนองมะโดน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถพ่วงขนแผ่นสมาร์ทบอร์ด จำนวน 30 ตัน ออกจากจังหวัดสระบุรี มุ่งหน้าจะไปส่งยังจังหวัดนครสวรรค์ โดยได้แวะมาพักที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ จากนั้นตนได้ขับรถออกมาจากปั๊มน้ำมัน ออกมาได้ไม่นาน จู่ๆ ก็มีรถพุ่งชนท้ายรถของตนอย่างแรง จนศีรษะตนไปกระแทกกระจกหน้า โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ เมื่อลงมาดูก็พบว่ารถพ่วงดังกล่าวได้มาพุ่งชนท้ายรถของตนอัดก๊อปปี้ ตนจึงได้รีบไปดูที่รถพ่วงก็พบว่ามีคนติดอยู่ในรถหลายราย จึงตัดสินใจเปิดประตูรถไปช่วย เอาคนขับและลูกๆ ลงมาได้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะมาช่วยเอาภรรยาคนขับลงมาและให้การช่วยเหลือส่งโรงพยาบาล

ด้าน ร.ต.อ.ชัยมงคล กล่าวว่า จากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุทราบว่านายกิตติพงษ์ขับรถหกล้อมาจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าจะไป จ.อุทัยธานี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ระหว่างที่ขับรถมา นายกิตติพงษ์เกิดวูบหลับ จึงทำให้รถเสียหลักไปชนอัดติดกับรถพ่วงของนายจรัญที่ขับมาจากสระบุรีมุ่งหน้าจะไปส่งของยังนครสวรรค์ อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนคนขับรถทั้ง 2 คันอีกครั้งก่อนจะดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับรถหกล้อนั้นมาด้วยกัน 4 คน พ่อ แม่ และลูก 2 คน โดยนั่งเรียงกันมาหน้ารถ ซึ่งนับว่าโชคดีมากที่เด็ก 2 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น

ที่มา>>>ข่าวสด

วิศวกร ยิงหนุ่ม ม.4 เตรียมเข้าพบรองปลัด ยธ. ปรึกษาคดี ขอความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายปอน อายุ 17 ปี ถูกนายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ อายุ 50 ปี วิศวกร ยิงด้วยอาวุธปืนและเสียชีวิต ว่าเบื้องต้นในส่วนของกระทรวงยุติธรรมนั้น ตนได้รับการประสานว่าในช่วงบ่ายของวันที่ 10 ก.พ.นี้ นายสุเทพพร้อมภรรยาจะเดินทางมาพบตน ซึ่งตนยังไม่ทราบว่านายสุเทพ จะเดินทางมาพบตนเรื่องอะไร แต่คาดว่าจะมาปรึกษาเรื่องของคดีความ และอาจรวมถึงการขอให้ช่วยเหลือคุ้มครองพยานด้วย เนื่องจากถูกข่มขู่ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตนเพียงได้ติดตามข่าวสารผ่านสื่อมวลชนเท่านั้น ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ด้าน นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมมีคลินิกยุติธรรมอยู่ ซึ่งทำหน้าที่คอยให้คำปรึกษาเรื่องกฎหมายกับประชาชนทั่วไปอยู่แล้ว โดยผู้ที่มาคอยให้บริการประชาชนนั้น ก็เป็นผู้แทนจากสภาทนายความ ดังนั้น ก็คงเป็นการให้คำปรึกษาด้านคดีทั่วไปนั้นเอง ส่วนประเด็นเรื่องการขอให้คุ้มครองพยานนั้น เราก็ต้องดูว่าเข้าหลักเกณฑ์ของกฎหมายคุ้มครองพยานในคดีอาญาหรือไม่ ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าว ต้องดูว่ามีการถูกฟ้องในคดีก่อนหรือมีคดีเกิดขึ้น และเราเห็นว่าบุคคลนั้นจะเป็นพยาน

นายชาญเชาวน์ กล่าวต่อว่า แต่ทีนี้เราต้องดูสถานะของคดีก่อนว่า แต่ละคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องเข้ามาในสถานะอะไร พนักงานสอบสวนจะเป็นคนกำหนดตั้งแต่แรกว่าจะกล่าวหาใครว่ากระทำความผิดอะไรหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีว่าพนักงานสอบสวนพูดว่าอย่างไร ดังนั้น เราก็ต้องดูสถานะของคดีไปก่อน

ที่มา>>>ข่าวสด

Kaidee เปิดข้อมูลการซื้อ-ขายของมือสองของคนไทยปี 2559

Kaidee เปิดข้อมูลการซื้อ-ขายของมือสองของคนไทยปี 2559Kaidee (ขายดี) แหล่งซื้อ-ขายของมือสองออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เผยผลการดำเนินงานในปี 2559 มีของขายได้ที่ Kaidee ในปี 2559 มากกว่า 2,000,000 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ถึง 54% พร้อมคาดการณ์การเติบโตของตลาดซื้อ-ขายของมือสองปีนี้เป็นเท่าตัว เพราะคนไทยตื่นตัวเห็นคุณค่าของการส่งต่อของไม่ได้ใช้มากขึ้นเป็นประวัติการณ์ นายทิวา ยอร์ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/เฮดโค้ช แห่ง Kaidee เผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2559 ที่ผ่านมาว่า “Kaidee เติบโตมากขึ้นในปีที่ผ่าน คนไทยหันมาให้ความสนใจตลาดซื้อ-ขายของมือสองมากขึ้น มีของขายได้กว่า 2,000,000 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท โดยที่ 40% ของสินค้าที่ลงขายนี้ขายได้ภายใน 3 วัน เฉลี่ยแล้วในทุกๆ 17 วินาทีมีของขายได้ที่ Kaidee 1 ชิ้น และ 5 หมวดที่ตลาดคึกคักมากที่สุดคือ รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้าผู้หญิง มอเตอร์ไซค์ และพระเหรียญ ตามลำดับ” 

“ตลาดที่คึกคักที่สุดใน Kaidee นั้นคือ ตลาดซื้อ-ขายรถยนต์มือสอง โดยเฉลี่ยแต่ละเดือนนั้นมีรถมือสองขายได้ที่ Kaidee กว่า 14,000 คัน มูลค่าเดือนละกว่า 4,000 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ที่ขายได้นั้นอยู่ที่คันละ 260,000 บาท และเฉลี่ยทุกๆ 3 นาทีมีรถมือสองขายได้ที่นี่ 1 คัน” นายทิวา เผยถึงสถิติตลาดซื้อ-ขายรถมือสองของ Kaidee ในปีที่ผ่านมา “ดังนั้น จะเห็นได้ว่าตลาดรถมือสองของเรานั้นคึกคักมาก เป็นแหล่งที่มีรถมือสองให้คุณเลือกมากที่สุดในประเทศไทย โดยในแต่ละวันนั้นจะมีประกาศรถมือสองออนไลน์อยู่ในแพลตฟอร์มของเรามากกว่า 80,000 คัน มีผู้ใช้งานหมวดรถมือสองโดยเฉพาะกว่า 210,000 ครั้งต่อวัน”


“สำหรับชาวหนองบัวลำภู ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ หนองบัวลำภู ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO หนองบัวลำภู ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

เด็กโร่แจ้งตร.นึกว่าศพโดนมัดถ่วงแม่น้ำ! ที่แท้รูปปั้นพระพิฆเนศชาวบ้านเชื่ออยากขึ้นจากน้ำ

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ร.ต.อ.ธรรมวัฒน์ สุขีวัฒน์ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี รับแจ้งพบวัตถุคล้ายศพคนถูกมัดมือมัดเท้าจมอยู่ใต้แม่น้ำแควใหญ่ บริเวณสวนสมเด็จพระญาณสังวรณ์ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ พบกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่มาเล่นน้ำคลายร้อนอยู่ในอาการตื่นตกใจ พร้อมชี้ให้ดูจุดที่พบวัตถุคล้ายศพคนซึ่งจมอยู่ใต้น้ำลึกประมาณ 1 เมตร และห่างจากฝั่งประมาณ 10 เมตรจากนั้นหน่วยกู้ภัยจึงลงไปตรวจภายในแม่น้ำแล้วพบว่า วัตถุดังกล่าวเป็นรูปปั้นพระพิฆเนศขนาดใหญ่ความสูงประมาณ 150 ซ.ม. น้ำหนักกว่า 100 ก.ก. มีสภาพสมบูรณ์ มีร่องรอยตะไคร่น้ำรวมถึงเศษโคลนติดอยู่หลายจุดคาดว่าน่าจะอยู่ใต้น้ำมาระยะหนึ่งแล้ว เมื่อพยายามจะนำขึ้นมาจากน้ำแต่ปรากฎว่าไม่สามารถนำขึ้นมาได้ เพราะรูปปั้นมีน้ำหนักมากและยังทำให้ส่วนข้อมือหัก ต่อมาหน่วยกู้ภัยร่วมกับทหารกองพลทหารราบที่ 9 และชาวบ้านรวมกว่า 10 คนออกแรงช่วยกันยกอีกครั้งจึงสามารถนำขึ้นมาจากน้ำได้สำเร็จ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า รูปปั้นดังกล่าวอาจจะถูกเจ้าของนำมาทิ้งน้ำเพื่อสะเดาะเคราะห์ หรืออาจถูกกลุ่มมิจฉาชีพขโมยมาจากวัดหรือรีสอร์ต เพราะรูปปั้นนี้มีราคามากกว่า 1 หมื่นบาทแต่อาจจะหาที่ขายไม่ได้จึงตัดสินใจนำมาทิ้งในแม่น้ำเพื่อทำลายหลักฐาน ซึ่งก็จะได้มีการตรวจสอบบันทึกการแจ้งความว่ามีการแจ้งหายเอาไว้หรือไม่ต่อไป

ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงการที่รูปปั้นพระพิฆเนศหนักมากกว่าร้อยกิโลจะถูกน้ำซัดมาเกยฝั่งจนมีผู้มาพบว่าเป็นไปได้อย่างไร โดยชาวบ้านเชื่อว่าอาจจะเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของรูปปั้นพระพิฆเนศที่อยากจะขึ้นจากน้ำจึงลอยมาเกยฝั่งและดลใจให้มีผู้มาพบเห็นจนสามารถนำขึ้นมาได้ในที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด