จะเป็นลม ! ปลิงดูดสิว เจอชาวเน็ตถาม ต้องเป็นสิวขนาดไหนถึงยอมให้ปลิงดูดหน้า

 * จะเป็นลม ! ปลิงดูดสิว เจอชาวเน็ตถาม ต้องเป็นสิวขนาดไหนถึงยอมให้ปลิงดูดหน้า *

ปลิงดูดสิว

สยองสุด ๆ ปลิงดูดสิว การรักษาสิวแบบนี้มีอยู่จริงหรือไม่ ชาวเน็ตสุดขนลุก ถามต้องเป็นสิวขนาดไหนถึงใช้ปลิงดูด

สร้างความช็อกและทำเอาขนลุกซู่ไปตาม ๆ กันเลยทีเดียว สำหรับภาพการรักษาสิวแบบฮาร์ดคอร์ ด้วยการนำปลิงมาดูดสิวบนใบหน้า ดังที่คุณ สมาชิกหมายเลข 723545 จากเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้นำมาเปิดเผยให้ชาวเน็ตได้ชมกันเมื่อวานนี้ (18 มีนาคม 2559) ผ่านทางกระทู้ “(มีภาพวาดเสียว) ปลิงดูดสิว เป็นเรื่องจริงใช่มั้ยคะ” พร้อมมีการตั้งประเด็นคำถามว่าเหตุใดจึงไม่ใช้เครื่องมือแพทย์อื่น ๆ ดูดสิวออกมา และการทำเช่นนี้ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายหรือไม่

ไม่ต้องสงสัยว่าภาพดังกล่าวทำให้ชาวเน็ตต่างสะพรึงไปตาม ๆ กัน โดยมีทั้งฝ่ายที่คิดว่าวิธีการเช่นนี้ไม่น่าใช่วิธีการรักษาสิวจริง ๆ ขณะที่บางคนก็มองว่าอาจจะมีการนำปลิงมาใช้ในการดูดสิวอุดตันหรือสิวอักเสบ จริง ๆ ก็ได้ เพราะในทางการแพทย์ก็มีวิธีการนำหนอนมารักษาแผลคนไข้เช่นกัน ซึ่งสัตว์เหล่านี้จะต้องผ่านการเพาะเลี้ยงมาเพื่อใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม จะเป็นลม ! ปลิงดูดสิว เจอชาวเน็ตถาม ต้องเป็นสิวขนาดไหนถึงยอมให้ปลิงดูดหน้า

เปิดภาพอบอุ่นใจ สุนัขแสนรู้ติดตามคนกวาดถนนไม่ห่าง ช่วยเจ้านายเก็บขยะ

 * เปิดภาพอบอุ่นใจ สุนัขแสนรู้ติดตามคนกวาดถนนไม่ห่าง ช่วยเจ้านายเก็บขยะ *

สุนัขแสนรู้

เปิดภาพอบอุ่นใจ สุนัขโกลเด้นรีทรีฟเวอร์แสนรู้ เดินตามเจ้าของที่เป็นคนกวาดถนนไม่ห่าง แถมยังช่วยทำงานอีกด้วยนะ ทำเอาคนที่เห็นอดยิ้มไม่ได้

เรียกว่าเป็นภาพอบอุ่นใจที่ถูกแชร์ต่อในสื่อออนไลน์ของจีนในขณะนี้ทีเดียว สำหรับภาพของสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์แสนน่ารัก ที่คอยเดินตามเจ้าของซึ่งเป็นคนกวาดถนนอยู่ไม่ห่าง แถมยังช่วยงานด้วยการคาบขยะและขวดน้ำบนถนน มาให้เจ้าของเก็บทิ้งอีกด้วย

โดยจากรายงานของไชน่านิวส์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2559 เปิดเผยว่า เจ้าสุนัขแสนรู้ตัวนี้มีชื่อว่า เจียวเม่ย อายุ 4 ขวบ มันกลายมาเป็นดาวเด่นของถนนอวี้ซา ในนครเฉิงตู ประเทศจีน หลังจากที่คอยติดตามมาช่วยงานเจ้าของในทุก ๆ วัน อีกทั้งความน่ารักสดใสของมัน ก็ยังช่วยสร้างความสุขและเรียกรอยยิ้มแก่ผู้คนที่พบเห็นได้อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม เปิดภาพอบอุ่นใจ สุนัขแสนรู้ติดตามคนกวาดถนนไม่ห่าง ช่วยเจ้านายเก็บขยะ

ไทยอาจมีลุ้น Suzuki Vitara Breeza จ่อแววเขามาเป็นอีโค่คาร์ใหม่ หลังอาจมีรุ่นเบนซิน 1.2 ลิตร

 * ไทยอาจมีลุ้น Suzuki Vitara Breeza จ่อแววเขามาเป็นอีโค่คาร์ใหม่ หลังอาจมีรุ่นเบนซิน 1.2 ลิตร *

Suzuki Vitara Breez

หลายคนลุ้นให้เรถยนต์รุ่นนี้มาวางจำหน่าย แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่มีการเปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการก็ตามที แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราอาจจะมีโอกาสในการต้อนรับรถยนต์ Suzuki Vitara Breeza ใหม่อย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ก็เป็นไปได้

รายงานล่าสุดจากอินเดีย ระบุว่า Maruti – Suzuki มีแผนในการนำเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร ติดตั้งในรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นเล็กคันนี้

โดยแหล่งข่าวภายในเปิดเผยกับทาง Indian Autoblog ว่า บริษัทกำลังตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว ทว่าด้วยกำลังเครื่องยนต์ของ K12B นั้น จะไม่ตอบโจทย์ในการขับขี่ตามความต้องการของลูกค้าด้วยสมรรถนะอันอาจจะอืดอาด เมื่อตัวรถมีน้ำหนักมากกว่า 1100 กิโลกรัมขึ้นไป

ทำให้ทางบริษัทมองการแนะนำเครื่องยนต์อื่นๆ แทนเจ้าเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร ที่คุ้นเคย และมี 2 ตัวเลือก คือเครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร K14B มีการแนะนำใน Suzuki Ertiga ก่อนหน้านี้ และเครื่องยนต์ Booster Jet ขนาด 1.0 ลิตร

ทั้งนี้ ในส่วoเครื่องยนต์รุ่น 1.0 ลิตรนั้น ทาง Suzuki มีแผนในการปรับสมรรรถนะในการขับขี่มากขึ้น โดยตั้งเป้าทำกำลังสูงสุด 110 แรงม้า และเตรียมเปิดตัวในรถยนต์ Suzuki Baleno RS

photo by Carwale.com

หนุ่มใหญ่นอนไม่ตื่น! สุนัขเฝ้าศพทั้งคืน คาดร้อน-มีโรคประจำตัว

หนุ่มใหญ่1

พบหนุ่มใหญ่นอนเสียชีวิตหน้าบ้าน จ.เชียงใหม่ ตร.รุดไปตรวจสอบ พบ สุนัขที่เลี้ยงไว้นอนเฝ้าศพทั้งคืน ไม่ยอมให้แพทย์ และ จนท.เข้าไป คาดเสียชีวิตจากโรคประจำตัวและอากาศร้อนจัด ก่อนจะนำศพออกไปให้นิติเวชชันสูตรอย่างละเอียด

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 59 ร.ต.อ.นคร อุ่นตาล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่ามีคนเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ ที่บ้านเลขที่ 55/2 ถนนสุริยะวงศ์ ซอย 2 ต.หายยา จึงพร้อมกับแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ไปสอบสวน พบศพ นายประพันธ์ โขมมัย อายุ 60 ปี นอนตายอยู่ที่หน้าบ้าน โดยมี “เจ้าดำ” หมาไทยพันธุ์ทางที่เลี้ยงไว้นั่งเฝ้าศพอยู่ไม่ยอมห่าง พร้อมกับเห่าไม่ยอมให้ตำรวจและแพทย์เขาใกล้ จนต้องไล่ออกไป

หนุ่มใหญ่2

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวน นายแสงอรุณ โขมมัย อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นอาและเป็นเจ้าของบ้านให้การว่า ผู้ตายมีบ้านเดิมอยู่กรุงเทพฯ ได้มาขอพักอาศัยอยู่ด้วยเป็นประจำ และมักจะเดินทางไปมาระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุก็เพิ่งเดินทางมาจากกรุงเทพฯ หลังจากลงรถทัวร์ก็กลับมานอนที่หน้าบ้าน มีสุนัขที่เลี้ยงนอนเฝ้าอยู่ด้วย แต่หลานชายนอนนิ่งผิดสังเกต จึงเข้าไปปลุกพบว่าเสียชีวิตไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม แพทย์นิติเวชและตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วไม่พบร่องรอยของการถูกฆาตกรรมแต่อย่างใด คาดว่าผู้ตายอาจจะเสียชีวิตจากโรคประจำตัว ประกอบกับสภาวะอากาศร้อนด้วย ทางรองสารวัตรจึงมอบศพให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิรวมใจ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนเชียงใหม่ นำศพส่งไปให้แพทย์ภาควิชานิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้ง.

ที่มา>>>Thairath

องอาจ ท้วง ที่มา ส.ว.สรรหา ชง กรธ.ทำไมต้องให้ ผบ.เหล่าทัพนั่ง

EyWwB5WU57MYnKOuYLZPD08GnFiptQHSO0nyVyEizSmJpxJ6dqjAIT

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท้วงที่มา อำนาจ ส.ว.สรรหา มีความจำเป็นเพียงใดต้องล็อกที่นั่งให้ ผบ.เหล่าทัพ ชง กรธ.ปรับแก้ข้อเสนอ คสช.ให้สังคมยอมรับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอในการปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญของ คสช. ที่เสนอต่อ กรธ. ที่เน้น 3 ประเด็น คือ 1. การได้มาซึ่ง สว.สรรหา 2. วิธีการเลือกตั้ง ส.ส. 3. ที่มาของนายกรัฐมนตรีนั้นว่า การให้มีคณะกรรมการสรรหาไม่มีหลักประกันว่าจะมีอิสระ เป็นกลาง น่าเชื่อถือ และเป็นไปได้สูงที่ผู้มีอำนาจมีส่วนพิจารณาคนมาเป็น ส.ว. ส่วนการอ้างถึงประโยชน์ในการพิทักษ์รักษาความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง โดยมี ส.ว.สรรหา 6 คน มาจากตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.สส. ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ. และ ผบ.ตร. เกิดคำถามว่า ทั้ง 6 ตำแหน่งนี้ ไม่สามารถใช้อำนาจหน้าที่ตามปกติในการพิทักษ์รักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง หรืออย่างไร และตำแหน่ง ส.ว.สรรหานี้ จะช่วยทำให้รักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร กรธ.ต้องอธิบายให้ได้ เพราะอาจเป็นชนวนสายล่อฟ้า ส่วนที่ให้ ส.ว.สรรหา ร่วมอภิปรายทั่วไปและไม่ไว้วางใจได้ จนสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฝ่ายบริหารได้นั้น สมควรหรือไม่

นายองอาจ กล่าวต่อว่า ในส่วนของที่มานายกฯ ที่เอื้อต่อการเสนอชื่อนายกฯ คนนอกนั้น กรธ.จำเป็นต้องเขียนที่มาของนายกฯ ให้ชัดเจน ไม่ให้ถูกตีความได้ว่าเปิดกว้างให้นายกฯ คนนอก มาได้สะดวกยิ่งขึ้น สำหรับที่ให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบนั้น จะช่วยให้ประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามเจตนารมณ์ที่แท้จริง ลดการซื้อเสียงลงได้ระดับหนึ่ง ซึ่ง คสช.ไม่ควรผูกขาดว่าข้อเสนอ และวิธีการของตัวเองถูกต้องทั้งหมด จึงขอเรียกร้องให้ กรธ.พิจารณาข้อเสนอของทุกฝ่าย โดยเฉพาะของ คสช.อย่างรอบคอบ เป็นอิสระ บนพื้นฐานของหลักการที่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมอย่างแท้จริง เพื่อรัฐธรรมนูญนี้ จะเป็นที่ยอมรับจากประชาชน ทำให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้.

ที่มา>>>Thairath

สุดฮา! คลิปหนูน้อยโชว์ลีลาเต้นเลียนแบบตุ๊กตา

หนูน้อย

คลิปวิดีโอไวรัลสุดน่ารัก ที่เชื่อว่าใครได้ดูแล้วต้องอมยิ้มไปกับความสดใสร่าเริงของหนูน้อย ที่จะมาอวดท่าเต้นสุดฮา เลียนแบบท่าทางของตุ๊กตา แถมฉลาดและเรียนรู้เร็วมาก ทำเอาแม่ที่กำลังถ่ายคลิปหัวเราะไม่หยุด ขำในท่าเต้นของลูกชาย

ส่วนที่มาของคลิปนี้ ผู้ชมทางบ้านส่งเข้ามาประกวดในรายการ “อเมริกา ฟันนิเอส โฮม วิดีโอ” รายการวาไรตี้ชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ซึ่งคลิปนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศเมื่อปีก่อน ล่าสุดทางรายการได้นำกลับมาเผยแพร่อีกครั้งในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ปรากฏว่าโลกออนไลน์ชื่นชอบมาก แห่แชร์กันทั่ว

ชาวเน็ตก็แซวว่าหนูคนนี้เต้นเบรคแดนซ์ได้ตั้งแต่ยังแบเบาะ แถมบางคนนำคลิปไปตัดต่อ มิกซ์เพลงให้ใหม่อีก เรียกว่าใครที่ได้เห็นท่าเต้นของหนู คงต้องยอมแพ้ให้กับความน่ารักจริงๆ

ที่มา>>>Thairath

‘เพื่อไทย’ โวยรัฐปิดกั้นสิทธิแสดงเห็นต่าง ประชามติ ร่างฯ ปี 59

เพื่อไทย

พท.เปรียบมาตรฐานประชามติ ปี 59 ด้อยกว่า ปี 50 ไม่เป็นธรรมหลายจุด ปิดโอกาสแสดงความเห็น จำกัดสิทธิการแสดงออก ตั้งแต่ขั้นจัดทำจนเผยแพร่ ของฝ่ายเห็นต่าง แต่กลับให้ มท.-กห. ชี้นำ ปชช.รับร่างฯได้

เมื่อวันที่ 14 มี.ค.59 นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มาตรฐานการลงประชามติ ปี 2559 ด้อยกว่าปี 2550 โดยเปรียบเทียบการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 กับร่างรัฐธรรมนูญปี 2559 จะเห็นข้อเหมือนและข้อแตกต่างกันอันเป็นสาระสำคัญ ดังนี้ 1. ร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดวันออกเสียงประชามติ กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติ  ส่วนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้เผยแพร่กระบวนการและขั้นตอนการออกเสียงประชามติและเป็นผู้จัดและควบคุมการออกเสียงประชามติตามที่สภาร่างรัฐธรรมนูญมอบหมาย แต่ร่างรัฐธรรมนูญปี 2559 ให้ กกต.ประกาศวันออกเสียง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการออกเสียง ซึ่งจะตราเป็นกฎหมายโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 2. การออกเสียงร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับถือเกณฑ์เสียงข้างมากของผู้มีสิทธิที่มาออกเสียงประชามติ โดยมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แต่มีข้อแตกต่างตรงที่ปี 2550 นับรวมทั้งส่วนที่เป็นบัตรเสียและไม่ประสงค์ลงคะแนนด้วย แต่ปี 2559 จากคำอธิบายของรัฐบาลจะไม่นับรวมบัตรเสียและไม่ประสงค์ลงคะแนนมาไว้ในจำนวนผู้มาออกเสียงประชามติ แต่นับเฉพาะบัตรที่ลงคะแนนเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น

นายชูศักด์ กล่าวต่อว่า 3. เกณฑ์อายุของผู้มีสิทธิออกเสียง ปี 2550 ถือเกณฑ์อายุ 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 ม.ค.ของปีที่มีการออกเสียงประชามติ ส่วน ปี 2559 ถือเกณฑ์อายุ 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่มีการออกเสียงประชามติ ซึ่งจะทำให้ผู้มีสิทธิออกเสียงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น 4. การเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญรณรงค์แนวคิดของฝ่ายตน ปี 2550 ถือว่าเปิดกว้างมาก แต่ ปี 2559 จำกัดความคิดและการแสดงออก ตั้งแต่ระหว่างการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญจนถึงช่วงเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้ฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยตั้งตัวแทนและไปลงทะเบียนต่อ กกต. เพื่อบันทึกเทปความเห็นเพื่อที่ กกต.จะนำออกอากาศเผยแพร่เท่านั้น ถ้ามีการรณรงค์เหมือนปี 2550 อาจเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายที่ กกต.กำลังนำเสนอ สนช. และอาจกระทำไม่ได้ถ้าไม่มีการยกเลิกประกาศการห้ามชุมนุมและทำกิจกรรมทางการเมือง ในขณะที่ คสช.และรัฐบาลกลับใช้กลไกของรัฐทุกรูปแบบผ่านกระทรวงมหาดไทยและกลาโหมชี้นำให้ประชาชนสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญมานานแล้วตั้งแต่ยังไม่เป็นร่างที่ยุติ

“จากข้อเปรียบเทียบดังกล่าว จะเห็นได้ว่ามีการกำหนดหลักเกณฑ์และกลไกของรัฐทุกรูปแบบ เพื่อต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบของประชาชนให้ได้ ขณะที่จำกัดการแสดงออกของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่กระบวนการยกร่างยังไม่แล้วเสร็จ นอกจากนี้ยังใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือจำกัดบทบาทของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญกรณีเช่นนี้ จึงไม่อาจถือว่าการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญได้เปิดโอกาสให้ฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยได้แสดงออกอย่างเท่าเทียม ซึ่งขัดต่อหลักการและสาระสำคัญของการออกเสียงประชามติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคะแนนเสียงเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ต้องเป็นคะแนนเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิที่มาออกเสียงประชามติเท่านั้น ไม่ว่าบัตรลงคะแนนนั้นจะเป็นบัตรดีหรือบัตรเสีย ก็ถือว่าผู้นั้นออกมาใช้สิทธิแล้ว” นายชูศักดิ์ กล่าว.

ที่มา>>>Thairath

สงกรานต์เชียงใหม่ 2559 คุมเข้ม สั่งห้ามขาย-ใส่ กกน. รุ่นเอกซเรย์

 * สงกรานต์เชียงใหม่ 2559 คุมเข้ม สั่งห้ามขาย-ใส่ กกน. รุ่นเอกซเรย์ *

กางเกงในแบบใส

สงกรานต์เชียงใหม่ 2559 ผู้ว่าฯ กำชับห้ามวางขาย-สวมใส่ กางเกงรุ่นเอกซเรย์-บางจนเห็นด้านใน และกิจกรรมล่อแหลมต่าง ๆ ย้ำชัดหากตรวจเจอต้องโทษสถานหนัก

วันที่ 14 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการเตรียมงานประเพณีสงกรานต์ 2559 แล้ว โดยมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดงานเพื่อเข้าร่วมกำหนดกรอบมาตรการการจัดงานสงกรานต์ โดยไม่ให้มีเรื่องราวที่สร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์เมืองล้านนา เบื้องต้นได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลเข้มงวดในเรื่องการลักลอบจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ปลอดแอลกอฮอล์ เวทีการแสดงรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ และการแสดงที่ไม่เหมาะสม รวมไปถึงการแต่งกายที่ล่อแหลม โดยเฉพาะกางเกงรุ่นเอกซเรย์ที่เปิดเผยให้เห็นข้างใน ห้ามใส่และห้ามวางขายเด็ดขาด

ทั้งนี้ นายปวิณ กล่าวว่า เนื่องด้วยปีที่ผ่าน ๆ มามีเวทีกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้ารอบคูเมืองจำนวนมาก มีทั้งการแสดงที่ส่อในการเต้นยั่วยวน บางเวทีอาจถึงขั้นให้ผู้ชายถอดเสื้อโชว์หน้าอก หรือโชว์กล้าม ซึ่งเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม โดยในปีนี้หากพบว่ามีเวทีใดฝ่าฝืนจัดแสดงในลักษณะดังกล่าวจะต้องมีมาตรการลงโทษที่เข้มข้นอาจถึงขั้นยุติและรื้อเวทีนั้น ๆ

ภาพจาก สปริงนิวส์

สก๊อตต์ เคลลี่ นักบินนาซา ประกาศเกษียณแล้ว หลังสิ้นภารกิจท่องอวกาศร่วมปี

 * สก๊อตต์ เคลลี่ นักบินนาซา ประกาศเกษียณแล้ว หลังสิ้นภารกิจท่องอวกาศร่วมปี *

สก๊อตต์ เคลลี่

สก๊อตต์ เคลลี่ นักบินอวกาศชาวอเมริกัน ประกาศเกษียณตัวเองจากนาซาแล้ว หลังเพิ่งกลับสู่โลกอีกครั้งจากภารกิจท่องอวกาศ 340 วัน แต่ยืนยันจะยังคงให้ความร่วมมือในการศึกษาวิจัยหลังจบโครงการต่อไป

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2559 สก๊อตต์ เคลลี่ นักบินอวกาศชาวอเมริกัน ผู้รับภารกิจจากนาซา ใช้ชีวิตในอวกาศยาวนานต่อเนื่อง 340 วัน ได้ประกาศทางเฟซบุ๊ก NASA Astronaut Scott Kelly ของตนเองว่า เขาจะเกษียณตัวเองจากองค์การบริหารการบินแห่งชาติ หรือ นาซา อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 เมษายนที่จะถึงนี้

สก๊อตต์ เคลลี่

อย่างไรก็ตาม สก๊อตต์ยืนยันว่า การเดินทางครั้งนี้ยังไม่สิ้นสุดลง เขาจะยังคงให้ความร่วมมือกับนาซาในการทำการศึกษาวิจัยต่าง ๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการใช้ชีวิตนอกโลกตลอด 1 ปี พร้อมที่จะให้ผลการตรวจร่างกายและสนับสนุนการทดสอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับ มาร์ค เคลลี่ พี่น้องฝาแฝดของเขา ซึ่งเป็นคู่ศึกษาเปรียบเทียบด้วย

สก๊อตต์ เคลลี่

ทั้งนี้ สก๊อตต์ เคลลี ปัจจุบันอายุ 52 ปี ทำงานเป็นนักบินอวกาศของนาซามาอย่างยาวนานถึง 20 ปี ได้รับมอบหมายทำภารกิจยิ่งใหญ่ ใช้ชีวิตในอวกาศนาน 340 วัน อันเป็นช่วงเวลายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ และได้กลับมาสู่พื้นโลกเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา โดยการใช้ชีวิตนอกโลกเป็นระยะเวลานานเช่นนี้ ส่งผลต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งสก๊อตต์ยินดีรับการตรวจและทดสอบร่างกายต่อไป ตามโครงการวิจัยของนาซาเพื่อติดตามศึกษาผลการเปลี่ยนเปลี่ยนที่อวกาศมีต่อร่างกายมนุษย์

ภาพจาก เฟซบุ๊ก NASA Astronaut Scott Kelly

ส่องความหล่อ “โช๊ค โชกุล” ลูกชายเจ๊ติ๋ม ทีวีพูล

โชกุล1

เป็นผู้หญิงเก่งที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงมานาน สำหรับ เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล แต่หลายคนคงยังไม่เคยได้เห็นทายาทของเจ๊ติ๋ม สำหรับลูกชาย หน้าหล่อ หุ่นสมาร์ท “โช๊ค โชกุล”ที่กำลังเป็นที่ฮือฮาอยู่ในโลกโซเชี่ยลตอนนี้

หนุ่มตาโต รักสัตว์ ชอบโพสต์คำคม โพรไฟล์ดูเป็นหนุ่มน่าสนใจ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายเพราะไม่ค่อยได้เห็นออกสื่อกันเท่าไหร่ แต่ความหล่อ ต้องบอกว่าเตะตาสาวๆ อยู่ทีเดียว เสียดายคุณแม่น่าจะดันลูกชายเข้าวงการนะคะ
รูปภาพจากอินสตาแกรม @ shokshogun

ที่มา>>>sanook new