หนุ่มสาวเขียนจม.ลาตาย ก่อนโดดทะเล แต่แม่ไม่เชื่อฆ่าตัว ชี้เพิ่งถูกขู่ฆ่า

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 1 กุมภาพันธ์  ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวประมงบ้านสามเสียบ ม.5 ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร ว่า มีรถยนต์เก๋งถูกจอดทิ้งไว้บนสะพานปลา ตั้งแต่เมื่อคืน จนมาถึงขนาดนี้ ยังไม่พบเจ้าของมาขยับแต่อย่างใด จึงรุดไปตรวจสอบ

พบรถยนต์คันดังกล่าว ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ รุ่นวีออส ทะเบียน กง 6533 ชุมพร จอดอยู่บนสะพานปลาในสภาพด้านหน้าหันลงทะเล จอดจนเกือบตกสะพาน

ภายในรถพบบริเวณที่ดึงเบรกมือใกล้เกียร์กระเป๋าสตางค์ สีดำ แบบพับครึ่ง เปิดอ้าออกพอเห็นเอกสารเป็นบัตรประชาชน ระบุชื่อคือนายวุฒิชัย เนียมมาลา อายุ 32 ปี ส่วนบริเวณเบาะหลังพบกางเกงยีนส์ กระเป๋าหนังแบบสะพาย 2 ใบ กระเป๋าผู้หญิง 1 ใบ กระดาษสลิปเงินธนาคาร สมุด ใบมีดโกน กระดาษกาวสีน้ำดาษ รองเท้าผ้าใบสีขาว และสิ่งของอื่นๆอีกจำนวนหนึ่งนอกจากนี้ยังพบจดหมายลาตาย เขียนตัดพ้อเรื่อวความรักไม่สมหวัง และขอโทษญาติพี่น้องทุกคน และขอให้ทำศพเผาด้วยกัน ลงชื่อ กรและน้ำ

 อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนนางธรรมนูญ เนียมมาลา แม่ของนายวุฒิชัย หรือกร ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายขับรถออกไปกับ น.ส.จริญา หรือน้ำ รอดสาย อายุ 26 ปี ซึ่งเพิ่งหย่ากับสามีเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมาวันที่ 31 ม.ค.  มีผู้ชายได้โทรศัพท์มาหาตน ขู่ว่าหากพบนายวุฒิชัยและน.ส.จริญาที่ไหนจะฆ่ให้ตายทั้ง 2 คน กระทั่งมีชาวประมงไปพบรถจอดทิ้งไว้ที่สะพานท่าเทียบเรือประมง

นางธรรมนูญกล่าวว่า ส่วนจดหมายลาตายที่พบในรถนั้น ไม่เชื่อว่าเป็นลายมือลูกชาย และไม่คิดว่าลูกชายกับน.ส.จริญาจะคิดสั้นอย่างนั้น เรื่องนี้น่าจะมีเงื่อนงำ หรือไม่ก็อาจถูกอุ้มไปฆ่าที่อื่น

ขณะที่ตำรวจยกรถเก๋งคันดังกล่าวไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.เมืองชุมพร เพื่อรอให้ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานไปเก็บลายนิ้วมือแฝง รวมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ออกค้นหาในทะเลว่ามีศพจริงหรือไม่

ขอบคุณคลิปจาก หลักเมือง ฉันรักชุมพร#CharmingChumphon

Brexit กระทบหุ้นไทยหรือไม่

ย้อนรอยในวันที่ 16 มิถุนายน 2559 (คศ.2016) ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,411.19 -23.70 จุด(1.65%) มีเหตุผลอยู่หลายเรื่องคือ

1. ทราบผลเฟด (Fed) ในวันที่ 15 มิถุนายน 2559  คงดอกเบี้ย
2. ธนาคารกลางญี่ปุ่นคงอัตราดอกเบี้ยและคงนโยบาย (QE) 80 ล้านล้านเยนต่อปี
3. Brexit  ข่าวติดชาร์ทที่สุดในรอบปี เพราะผลโพลส์เสียงสนับสนุนให้อังกฤษออกจาก EU เริ่มสูงขึ้น

อ้าว!! อ่านข่าว แล้วมีคำถามว่า Brexit คืออะไร? เกิดมาได้อย่างไร? แล้วกระทบหุ้นไทยหรือไม่? ลูกหมูขอสรุปเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้
1. Brexit คือ Britain + Exit  Britain ออกจากสมาชิก EU

Britain คือ สหราชอาณาจักร ประกอบด้วยอังกฤษ, เวลล์, สก็อตแลนด์ และ ไอซ์แลนด์เหนือ

สหภาพยุโรป (EU) คือ กลุ่มประเทศในยุโรป ก่อตั้ง คศ. 1993 มีสมาชิก 28 ประเทศ (ยกเว้น นอร์เวย์กับสวิตเซอร์แลนด์) มีขนาด GDP ใหญ่พอๆกับอเมริกา มีนโยบายการเปิดเสรีสำหรับประเทศสมาชิกในเรื่อง

– การค้า (ทำให้ไม่ต้องเสียภาษีระหว่างประเทศสมาชิก)
– การเคลื่อนย้ายแรงงาน, เงินทุน และ การบริการ

2. Brexit เกิดขึ้นอย่างไร

มาจาก Davit Cameron นายกคนปัจจุบันของอังกฤษ ตอนหาเสียงใช้นโยบาย “จะให้ประชาชน Vote ให้อังกฤษออกจาก EU” โดยจะVoteในวันที่ 23 มิถุนายน 2559 ปิดหีบเวลา 11.00 น. (เวลาไทย 24 มิถุนายน 2559 เวลาประมาณตีสี่) ใจจริงส่วนลึกของ Davit Cameron ไม่อยากให้อังกฤษออกจาก EU จึงออกไม้ตายว่า “อาจจะเก็บภาษีประชาชนเพิ่ม ทดแทนรายได้ที่รัฐบาลสูญเสียจากการออกจาก EU”
3. กระทบหุ้นไทยหรือไม่ : อังกฤษเป็นเสาหลัก EU (เยอรมัน, อังกฤษ, ฝรั่งเศส) ต้องจ่ายเข้า EU ปีละประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์ ถ้าออกจาก EU น่าจะมีปัญหา แล้วไทยเราล่ะ จะเจอผลกระทบอะไรบ้าง??

1. การค้าขายระหว่างไทยกับอังกฤษและ EU คิดเป็น 2% และ 12% ของมูลค่าส่งออกตามลำดับ ถือว่าไม่มากนัก
2. ค่าเงินผันผวน : เกิดจากความกลัวว่า Brexit จะเกิดขึ้นจริง นักลงทุนส่วนใหญ่จึงขายเงินปอนด์และเงินยูโรออก มาซื้อเงินดอลล่าร์ฯแทน เพราะคิดว่าปลอดภัยกว่า สรุปได้ดังนี้

: ค่าเงินบาท ไม่ได้รับอิทธิพลเท่าไหร่ ยกเว้นไหลออกจากประเทศ
3. หุ้น : เมื่อความกลัวเกิดขึ้น นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยงมาซื้อสินทรัพย์ที่คิดว่าปลอดภัยแทน ตัวอย่างเช่น


4. ทองคำ : เงินไหลเข้าตลาดทองคำ เพื่อ ความปลอดภัยประกอบกับราคาต่ำ
5. อัตราผลตอบแทนพันธบัตร : เงินหาแหล่งปลอดภัยโดยไหลเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาว ทำให้ความต้องการสูง ราคาพันธบัตรสูงขึ้น แต่อัตราดอกเบี้ยเท่าเดิม เป็นที่มาของ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง

นี่เป็นภาพที่นักลงทุนต้องติดตามเหตุการณ์สำคัญเรื่อง Brexit อย่างใกล้ชิด เพราะเรื่องนี้มีผลต่อหุ้น ไม่มาก ก็น้อยนะคะ

ที่มา>>>Sanook