พ่อกอดลูกน้อยแน่น!! ขับหกล้อวูบหลับ เสยยับพ่วงหวิดดับยกครัว จนท.งัดร่างเมีย

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่10 ก.พ. 60 ร.ต.อ.ชัยมงคล เหมือนสนธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.ไชโย จ.อ่างทอง รับแจ้งเหตุรถหกล้อชนรถพ่วงมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในรถ เหตุเกิดบนถนนสายเอเชีย (ขาขึ้นนครสวรรค์) หลักกิโลเมตรที่ 60 หมู่ที่ 1 ต.จรเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยทีมแพทย์กู้ชีพโรงพยาบาลไชโย และเจ้าหน้าที่สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทองที่เกิดเหตุบนถนน พบรถหกล้อยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-5219 ขอนแก่น ชนท้ายอัดติดกับรถพ่วงยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียนตัวหัว 83-1011 นครสวรรค์ หมายเลขทะเบียนตัวพ่วง 83-4272 นครสวรรค์ ตรวจสอบภายในรถ พบมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยนำร่างออกมา และทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรถกู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาลไชโย ทราบชื่อ คือ นางจิราวรรณ แข็งขัน อายุ 32 ปี อยู่หมู่ที่ 10 ต.โนนหนามแท่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ได้รับบาดเจ็บที่ขาและที่ศีรษะนอกจากนั้น บริเวณริมถนน พบนายกิตติพงษ์ แข็งขัน อายุ 30 ปี คนขับรถหกล้อ นั่งกอดเด็กหญิงณัฐวดี แข็งขัน ลูกสาววัย 4 ขวบ และ เด็กชายไรรัน สมบัติ ลูกชายวัย 5 ขวบ ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไว้ โดยตัวนายกิตติพงษ์นั้นได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขา เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลไชโยจากการสอบถามนายกิตติพงษ์ กล่าวว่า ตนขับรถขนพัสดุออกมาจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลากลางดึกของเมื่อคืน โดยมีนางจิราวรรณ ภรรยา เด็กหญิงณัฐวดี ลูกสาว และเด็กชายไรรัน ลูกชายโดยสารมาด้วย โดยมุ่งหน้าจะไปส่งพัสดุยังจังหวัดอุทัยธานี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ระหว่างที่ขับรถมานั้นเกิดวูบหลับ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนรถหกล้อของตนไปชนกับรถพ่วงข้างหน้าแล้ว ซึ่งหลังเกิดเหตุคนขับรถพ่วงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้มาช่วยตนกับลูกๆ ลงมาจากรถ ก่อนที่จะไปให้การช่วยเหลือภรรยาของตนด้านนายจรัญ วันนา อายุ 34 ปี อยู่หมู่ที่ 4 ต.หนองมะโดน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถพ่วงขนแผ่นสมาร์ทบอร์ด จำนวน 30 ตัน ออกจากจังหวัดสระบุรี มุ่งหน้าจะไปส่งยังจังหวัดนครสวรรค์ โดยได้แวะมาพักที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ จากนั้นตนได้ขับรถออกมาจากปั๊มน้ำมัน ออกมาได้ไม่นาน จู่ๆ ก็มีรถพุ่งชนท้ายรถของตนอย่างแรง จนศีรษะตนไปกระแทกกระจกหน้า โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ เมื่อลงมาดูก็พบว่ารถพ่วงดังกล่าวได้มาพุ่งชนท้ายรถของตนอัดก๊อปปี้ ตนจึงได้รีบไปดูที่รถพ่วงก็พบว่ามีคนติดอยู่ในรถหลายราย จึงตัดสินใจเปิดประตูรถไปช่วย เอาคนขับและลูกๆ ลงมาได้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะมาช่วยเอาภรรยาคนขับลงมาและให้การช่วยเหลือส่งโรงพยาบาล

ด้าน ร.ต.อ.ชัยมงคล กล่าวว่า จากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุทราบว่านายกิตติพงษ์ขับรถหกล้อมาจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าจะไป จ.อุทัยธานี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ระหว่างที่ขับรถมา นายกิตติพงษ์เกิดวูบหลับ จึงทำให้รถเสียหลักไปชนอัดติดกับรถพ่วงของนายจรัญที่ขับมาจากสระบุรีมุ่งหน้าจะไปส่งของยังนครสวรรค์ อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนคนขับรถทั้ง 2 คันอีกครั้งก่อนจะดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับรถหกล้อนั้นมาด้วยกัน 4 คน พ่อ แม่ และลูก 2 คน โดยนั่งเรียงกันมาหน้ารถ ซึ่งนับว่าโชคดีมากที่เด็ก 2 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น

ที่มา>>>ข่าวสด

พบแล้วคุณยาย-ชาวบ้านเข้าดงเก็บเห็ดถอบ เดินโซเซหลงป่าอุทยานฯแม่วะ

 เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วะ อ.เถิน จ.ลำปาง นำรถกระบะเข้าไปรับกลุ่มชาวบ้านบริเวณชายป่าบ้านวังหิน ต.เถินบุรี อ.เถิน หลังกลุ่มชาวบ้าน บ้านเชตะวัน  ต.หัวทุ่ง อ.ลอง จ.แพร่ และชาวบ้าน อ.วังชิ้น จ.แพร่ ทั้งหมด 7 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 4 คน เข้าไปหาเห็ดถอบแล้วหลงป่า ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหมดมีอายุระหว่าง 60-70 ปี รวมถึงคุณยายวัย 63 ปี ที่ป่วยเป็นลม จนต้องช่วยกันพยุงลงจากภูเขา และด้วยเส้นทางตรงเป็นเนินเขาสูงชัน ไม่สามารถลงมาได้จึงต้องเดินอ้อมภูเขาเป็นระยะทางที่ไกลกว่าเดิม ทำให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านล่างต้องจุดประทัด ยิงปืน เปิดไซเลนท์เพื่อบอกตำแหน่งในการเดินทางลงมาด้านล่าง เนื่องจากสภาพอากาศที่มืดจึงทำให้ต้องเดินเท้าลงมาใช้เวลากว่า 14 ชั่วโมง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายเดชอนันต์ คำสวน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่วะ ได้รับแจ้งจากพระสุวิทย์ ปัญญาธโร เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมทุ่งดอยธรรม บ้านหนองซาง ม.7 ต.เถินบุรี   อ.เถิน จ.ลำปาง และชาวบ้านว่า มีคนเข้าไปหาเห็ดถอบในอุทยานฯแล้วเดินทางหลงป่า ไม่สามารถเดินทางออกมาจากป่าได้ นายเดชอนันต์จึงประชุมวางแผนจัดกำลังเจ้าหน้าที่ของอุทยาน 15 นาย ก่อนจะให้กำลังเดินเข้าป่าเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ


พระสุวิทย์ กล่าวว่า ชาวบ้านดังกล่าว นำรถยนต์มาจอดไว้ที่สำนักปฏิบัติธรรม ก่อนที่พากันเดินทางเข้าป่า เพื่อหาเห็ดถอบหรือเห็ดเผาะจนกระทั่งช่วงเย็นชาวบ้านก็ยังไม่กลับลงมา จึงได้โทร.แจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วะทราบ

ต่อมานายเดชอนันต์ โทรศัพท์ติดต่อกับกลุ่มชาวบ้านที่เข้าไปในป่าท่ามกลางความมืด ซึ่งยังสามารถติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ได้ จึงทราบว่าชาวบ้านหลงป่าแต่ยังมีเสบียงอาหารอยู่ แต่ไม่ทราบว่าอยู่จุดไหนของป่า เนื่องจากไม่ใช่คนพื้นที่ ทางเจ้าหน้าที่จึงให้สุมไฟเพื่อให้เกิดควันจะได้สามารถมองเห็นได้ และติดต่อกันทางโทรศัพท์ตลอดทาง โดยเจ้าหน้าที่ 15 นาย นำน้ำพร้อมอาหารเดินเท้าเข้าป่าท่ามกลางความมืด เพื่อเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวออกมาจากป่าโดยปลอดภัย ซึ่งแต่ละคนเป็นผู้สูงอายุมีอาการอ่อนเพลีย และบางคนหน้ามืด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนจะส่งทุกคนกลับบ้านที่ จ.แพร่ อย่างปลอดภัย

กลุ่มชาวบ้านที่หลงป่า เปิดเผยว่า ป่าอุทยานฯแห่งนี้เคยพากันมาหาเห็ดถอบแล้วครั้งหนึ่ง และเพิ่งมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 พากันเข้าป่าหาเห็ดถอบ จนกระทั่งตอนบ่ายเก็บเห็ดเสร็จก็พากันเดินออกจากป่า แต่คุณยายอีกคนป่วยนอนอยู่ริมทาง จึงต้องช่วยกันดูแลและพยายามช่วยประคองกันลงมา จนกระทั่งหลงทาง จึงลงมาไม่ได้จึงโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากพระที่สถานปฏิบัติธรรม และแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯเข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด