เพื่อนร่ำไห้ระงมวัด!! งานศพนร.ม.5ดับสลดเหตุถนนก่อสร้าง-แม่ต้องผ่าตัดสมอง

เพื่อนๆ นักเรียนเด็กม.5ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เพราะความสะเพร่าของผู้รับเหมาก่อสร้าง ร้องไห้ระงมลั่นวัด ขณะที่นายอำเภอเข้าเยี่ยมมารดาผู้ตาย หลังผ่าตัดสมองอาการยังไม่ค่อยดีนัก

จากกรณีนักเรียน ม.5 พามารดาซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ จากบ้านที่ อำเภอขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อไปรักษาตัวตามหมอนัดที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์แม่ฮ่องสอนในตัวเมือง แต่ไปไม่ถึงรพ. ถูกเฉี่ยวชนรถล้มฟาดกับพื้นถนนตายคาที่ ขณะที่มารดาเจ็บหนัก โดยชาวบ้านใกล้เคียงเล่าว่ามีรถเก๋งสีขาวไม่ทราบหมายเลขทะเบียนและคนขับพุงชนรถ จยย.ของสองแม่ลูกอย่างแรง แล้วขับส่ายไปส่ายมาหลบหนีไปทางบ้านห้วยโป่ง–ขุนยวม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน สั่งในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ให้ทางยุติธรรมจังหวัดและนายอำเภอขุนยวม เข้าไปดูแลหาทางช่วยเหลือ ผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ บนทางหลวงที่ปล่อยปละละเลยต่อการก่อสร้าง และฟ้องต่อผู้รับเหมาสร้างถนน รวมไปถึงหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

วันที่ 27 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.00 น. วันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา ว่าที่ร้อยตรีณรงค์ชัย จินดาพันธ์ นายอำเภอขุนยวม มอบหมายให้นายอนุชา หมู่โสภิญ ปลัดอาวุโสอำเภอขุนยวม ร่วมงานศพนายนิคม ชมได้พร นักเรียนชั้น ม.5 รร.ขุนยวมวิทยา ณ วัดม่วยต่อ ต.ขุนยวม อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งประสบอุบัติเหตุที่บริเวณบ้านแม่จ๋าน้อย อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งจะทำการฌาปนกิจศพ ในวันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม 2560 นี้ โดย พ่อ พี่คนรองและน้องๆ เฝ้าไข้แม่อยู่ พี่ชายคนโตจัดการศพ ขณะที่นายอำเภอได้เดินทางมาเยี่ยม นางหน่อชิโพ ชมได้พร คนไข้ ICU อาการรับรู้ ตอบสนองได้ แต่ไม่ดีนักหลังการผ่าตัดสมอง ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ อาการโดยรวมดีขึ้นตามลำดับ

ขณะที่บรรยากาศในงานศพเป็นไปด้วยความเศร้าสลด เพื่อนๆ ร่วมชั้นเรียน หลายคนต่างร้องไห้ ด้วยความอาลัย ขณะผู้ที่มาร่วมงานศพส่วนใหญ่ ยุให้ญาติผู้ตาย ทำการฟ้องร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้รับเหมาที่ประมาทและสะเพร่า รวมไปถึงไม่ใส่ใจต่อความปลอดภัยบนท้องถนน เพราะการก่อสร้างถนนในเขตพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่ค่อยได้มาตรฐาน รวมไปถึงการลักไก่ ไม่เปิดผิวถนนจนหมดและบดอัดใหม่ ส่วนใหญ่เปิดหน้าผิวถนนเพียงเล็กน้อยและรีบราดยางเททับผิวถนนเดิมทันที โดยที่ช่างผู้ควบคุมงานก็ทราบดีแต่ไม่มีการทักท้วง หรือห้ามปรามผู้รับเหมาแต่อย่างใด

นายอำเภอขุนยวม เปิดเผยต่อไปว่า สำหรับเรื่องที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้สั่งการให้ช่วยเหลือคนเจ็บและผู้เสียชีวิตนั้น ในวันจันทร์ที่ 30 มกราคม 2560 ทางอำเภอขุนยวม จะนำญาติของนางหน่อชิโพ ชมได้พร ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ไปพบกับยุติธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจะเชิญเจ้าหน้าที่จากแขวงทางหลวง/แขวงการทาง รวมไปถึงผู้รับเหมา มาให้ปากคำ และหาแนวทางให้การช่วยเหลือและเยียวยาครอบครับ ชมได้พร ต่อไป ส่วนเรื่องจะมีการฟ้องร้องกันหรือไม่นั้น เป็นดุลยพินิจของครอบครัวผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จะดำเนินการ โดยทางส่วนราชการจะให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียหาย

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวร่ำไห้แทบขาดใจแฟนหนุ่มนศ.ซิ่งจยย.แข่งกับเพื่อนเสยท้ายกระบะ ร่างกระเด็นดับสลด

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 24 ม.ค. ร.ต.อ.ประกาศิต พละเดช รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายกระบะ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบริเวณแยกไฟแดงวัดสว่างฟ้า ต.นาเกลือ อ.บางลุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อภายหลังคือนายสถาพร คงอิ่ม อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี อยู่ในสภาพมีบาดแผลฉีกขาดขนาดใหญ่บริเวณใบหน้า แขน ขาหัก นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บนพื้นถนน เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯจึงนำผ้าคลุมปิดร่างไว้ ตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 100 สีแดง หมายเลขทะเบียน จลว 380 ชลบุรี ในสภาพล้มคว่ำพังยับเยินทั้งคัน โดยชนเข้ากับด้านท้ายกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา หมายเลขทะเบียน พ6724 ชลบุรี ที่จอดริมถนนฝั่งเลนขวาสุด ได้รับความเสียหายเล็กน้อยสอบถามนายเกียรติชัย ตรีเมฆ อายุ 57 ปี โชเฟอร์แท็กซี่มิเตอร์ ผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่ากระบะจอดรอสัญญาณไฟเพื่อจะเลี้ยวขวา ระหว่างนั้นผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์แข่งกันมาด้วยความเร็วกับกลุ่มเพื่อนอีก 2-3 คัน โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นรถกระบะ จึงพุ่งชนเข้าทางด้านท้ายกระบะอย่างจัง ทำให้ร่างผู้ตายกระเด็นไปนอนแน่นิ่งกับพื้นถนน ก่อนที่กลุ่มเพื่อนจะรีบหยุดรถ แล้วขอความช่วยเหลือให้แจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ แต่ผู้ตายทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงสิ้นใจเสียก่อน

เบื้องต้นร.ต.อ.ประกาศิต รองสารวัตรเจ้าของคดี ได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมจะตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อยืนยันสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯนำเก็บรักษายังโรงพยาบาลบางละมุง เพื่อรอญาติมาติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาแฟนสาวของผู้ตายเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นร่างอันไร้วิญญาณของแฟนหนุ่มก็ถึงกับฟุบลงกลางถนน ร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเสียใจเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องช่วยกันพยุงไปบนฟุตปาธเพื่อสงบสติอารมณ์และคอยปลอบใจตลอดเวลา

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวแค้นจัด คว้ารองเท้าปรี่เข้าตบหน้าหนุ่มพม่าที่ขโมยรถจยย. กลางวงทำแผนฯ ตร.ห้ามวุ่น

วันที่ 18 ม.ค. พ.ต.อ.เรืองเดช สุวรรณพิกุล ผกก.สภ.ปากน้ำระนอง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนร้ายขโมยรถจยย.ที่จอดอยู่ในลานจอดรถหน้าท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง จึงสั่งการให้พ.ต.ท.ศักดิ์ชาย ผะอบเพ็ชร รอง ผกก.สส.นำกำลังฝ่านสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ จากนั้นได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายเป็นชาย 2 คน กำลังลักรถจยย.ฮอนด้า คลิ๊ก 110 สีขาวแดง และรถจยย.ฮอนด้า ซูมเมอร์เอ็กซ์ สีเหลือง โดยคนร้ายจะใช้กุญแจผีเข้ามาไขกุญแจ ก่อนจะขับหลบหนี หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบพบว่าคนร้ายได้นำรถจยย.ลงเรือหางยาว ข้ามชายแดนไทย-เมียนมา ที่บริเวณชายฝั่งทะเล บ้านหินช้าง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง ไปยังจังหวัดเกาะสอง ทันที

จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าคนร้ายคือนายอ่าว อายุ 33 ปี สัญชาติเมียนมา อดีตคนขับเรือหางยาวข้ามฝาก จ.ระนอง และ จ.เกาะสอง ประเทศเมียนมา จึงเข้าจับกุมตัวไว้ได้ ก่อนจะนำตัวนายอ่าว มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ลานจอดรถจักรยานยนต์หน้าท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลปากน้ำ โดยนายอ่าว รับสารภาพว่าตนและเพื่อนเป็นคนลงมือก่อเหตุจริง โดยจะเลือกคืนที่ฝนตกเพราะปลอดคน จากนั้นตนจะเป็นคนใช้กุญแจผีแทงบริเวณเบ้ากุญแจและบิดก่อนสตาร์ทรถจักรยานยนต์หลบหนีไป จนมาถูกจับกุมดังกล่าว ส่วนเพื่อนตนยังหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่กำลังทำแผนอยู่นั้น ได้มีน.ส.นุศรา เย็นวงค์ อายุ 29 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย ทราบข่าวว่ามีการจับกุมตัวคนร้ายได้ จึงเดินทางมาดูการทำแผน เมื่อเห็นคนร้ายนั่งอยู่บนท้ายรถกระบะ ก็ปรี่เข้าไปแล้วถอดรองเท้าตบหน้าไป 1 ที จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องห้ามปราม พร้อมบอกให้ใจเย็นๆ

ที่มา>>>ข่าวสด

ลูกน้องทิ้งหน.แก๊งจนมุม!! ฉกปิกอัพขายในเฟซบุ๊ก โดนตร.ล่อซื้อ ซิ่งหนีระทึกกบินทร์บุรี!

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ร.ต.อ.โสภณ ช่างพยก รองสวป. สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ปฎิบัติหน้าที่หัวหน้าชุดสายตรวจ ได้รับการประสานจากตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ให้ช่วยติดตามจับกุมคนร้ายแก๊งโจรกรรมรถยนต์ที่หลบหนีการจับกุมเข้าไปในซอยปราศรัย ใกล้สำนักกงานปศุสัตว์ อ.กบินทร์บุรี จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมหน่วยกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย จุดอำเภอกบินทร์บุรี201612122246195-20061104095852เมื่อไปถึงพบตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ควบคุมตัวนายวิโรจน์ พิมบูรณ์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 154 หมู่ 9 ต.ทุ่งพระยา อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมของกลางรถปิกอัพอีซูซุ สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าดรีม สีขาว หมายเลขทะเบียน ข 9121 นครนายก

โดยหัวหน้าชุดจับกุม เปิดเผยว่านายวิโรจน์ เป็นหัวหน้าแก๊งโจรกรรมรถยนต์ โดยพาเพื่อนร่วมแก๊งก่อเหตุลักรถปิกอัพอีซูซุ มาจากพื้นที่จ.สมุทรสาคร จากนั้นนำมาประกาศขายทางเฟซบุ๊ก ตำรวจชุดสืบสวนจึงติดต่อล่อซื้อนัดหมายส่งมอบรถริมถนนสาย 304 ศรีมหาโพธิ-กบินทร์บุรี หน้าโรงเรียนสายมิตรศึกษา ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี201612122246191-20061104095852ถึงเวลานัดหมายนายวิโรจน์ ขับรถปิกอัพอีซูซุ โดยเพื่อนร่วมแก๊งขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าดรีมมาตามนัด แต่ช่วงที่กำลังจะส่งมอบรถกันคนร้ายเกิดไหวตัวขับรถหลบหนี จึงขับรถไล่ติดตามก่อนมาปาดหน้าขวางจับกุมนายวิโรจน์ไว้ได้ ส่วนอีกคนหลบหนีเข้าไปในซอยปราศรัย ก่อนทิ้งรถกระโดดข้ามกำแพงท้ายซอยหนีเข้าป่าหญ้า จากนั้นตำรวจพร้อมหน่วยกู้ภัยกว่า 50 คนระดมค้นหาแต่ยังไมาพบตัว จึงควบคุมตัวนายวิโรจน์ พร้อมของกลางไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.กบินทร์บุรี

สอบสวนนายวิโรจน์ ให้การว่า ร่วมกับเพื่อนซึ่งเป็นคนในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ชื่อนายโจ้ กับน.ส.เดือน ไปขโมยรถจาก จ.สมุทรสาคร มาประกาศขายทางเฟซบุ๊ก ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งขโมยทั้งรถรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ มาขายเป็นคันๆหรือชำแหละส่งขายเป็นอะไหล่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนขยายผลตามจับเพื่อนร่วมแก๊งมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดช็อก!! พี่ชายพระเอกหนุ่มชื่อดัง-ดับสลดกลางอุโมงค์ห้าแยกปากเกร็ด รีบไปทำงาน-รถคว่ำ

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 12 พ.ย. ร.ต.อ.สัญชาติ สวัสดิผล รองสว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งมีรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำในทางลอดอุโมงค์ห้าแยกปากเกร็ด ฝั่งขาออกมุ่งหน้าแยกสวนสมเด็จ ถ.ติวานนท์ จึงพร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดไปตรวจสอบ201611121030533-20050309151926ที่เกิดเหตุพบรถจยย. ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน ษฉพ-101 กทม. ล้มคว่ำอยู่กลางอุโมงค์ลอดห้าแยกฯ ห่างไปเล็กน้อย พบศพผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ คือ นายพิชิต สกิดใจ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52/229 หมู่ 11 ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี สภาพศพมีบาดแผลถลอกตามร่างกายศีรษะแตกเลือดอาบ ที่เกิดเหตุพบก้อนหินขนาดใหญ่หล่นอยู่ข้างฟุตปาธ201611121030534-20050309151926สอบสวนภรรยาผู้ตายทราบว่า ผู้ตายทำงานเป็นพนักงานสังกัด อบจ.นนทบุรี โดยบิดาผู้ตายเป็นน้องชายแท้ๆ ของบิดานายณัฐวุฒิ สกิดใจ หรือ ป๋อ พระเอกชื่อดัง ก่อนเกิดเหตุได้ขี่จยย.เพื่อที่จะไปเปิดประตูรถสุขาเคลื่อนที่ของ อบจ. ที่จอดอยู่ที่ทะเลสาบภายในเมืองทองธานี เพื่อให้บริการประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อไปสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แต่มาประสบเหตุเสียชีวิต201611121030535-20050309151926เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายขี่จยย.มาถึงที่เกิดเหตุแล้วอาจเสียหลักสะดุดก้อนหินจนรถจยย.พลิกคว่ำหัวฟาดพื้นเสียชีวิต จึงได้ให้มูลนิธินำศพส่งสถาบันนิติเวช ก่อนให้ญาติรับไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ชื่นชม!! ‘น้องอู๊ด’นร.9ขวบ ออกจากบ้านตีสามทุกวัน-ช่วยตากวาดถนน ไม่อายใคร-ต้องกวาดขยะ

น้องอู๊ด วัย 9 ขวบ ด.ช.อดิสรณ์ รอดเขียน นักเรียนชั้นป.3 โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ ออกมาช่วยคุณตาวัย 60 ปี ลูกจ้างชั่วคราวเทศบาลนครพิษณุโลกกวาดถนน เก็บขยะ ถ.พิชัยสงคราม อ.เมือง จ.พิษณุโลก ทุกๆ เช้า ในช่วงปิดเทอม

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 25 ต.ค. ช่วงปิดเทอมหลังภาคเรียนที่ 1 ขณะที่เด็กนักเรียนหลายคนยังไม่ตื่น หรือตื่นขึ้นมา เด็กอีกจำนวนมากก็ใช้เวลาในการดูทีวี เล่นเกม แต่สำหรับ ด.ช.อดิสรณ์ รอดเขียน น้องอู๊ด วัย 9 ปี นักเรียนชั้นป.3 โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ ต.ท่าทอง อ.เมือง พิษณุโลก กลับเลือกที่จะออกมาช่วยคุณตาวัย 60 ปี นายโปรด นิ่งภูนา ลูกจ้างชั่วคราวเทศบาลนครพิษณุโลก กวาดถนน เก็บขยะ ริมถนนพิชัยสงคราม อ.เมือง จ.พิษณุโลก ทุกวัน โดยต้องออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 03.30 น. เป็นแบบอย่างที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง201610251045131-20041022171637นายโปรด ลูกจ้างชั่วคราวเทศบาลนครพิษณุโลก เปิดเผยว่า ตนมีหน้าที่รับผิดชอบทำความสะอาด กวาดถนน เก็บขยะ ริมถนนพิชัยสงคราม ฝั่งขาเข้าเมืองพิษณุโลก ตั้งแต่บริเวณธนาคารเกียรตินาคิน มาจนถึงห้าแยกโคกมะตูม ระยะทางประมาณ 500-600 เมตร และในทุกๆ เช้ามืด จะต้องออกจากบ้านพักที่ ต.ท่าทอง โดยขี่รถจักรยานยนต์มาทำงานในหน้าที่ ตั้งแต่เวลา 03.30 น. เพื่อกวาดถนน เศษฝุ่น เศษใบไม้ ขยะ รวมเป็นกองๆ ไว้ก่อน จากนั้นช่วงเวลาประมาณ 09.00-11.00 น. ก็จะออกปฏิบัติหน้าที่อีกรอบ ได้เก็บเศษขยะใส่ถังและกวาดตามถนนต่อไป และในภาคบ่าย ก็เริ่มกวาดถนนอีกครั้งในช่วงเวลา 14.00-16.30 น.201610251045134-20041022171637นายโปรด เล่าว่า ช่วงนี้หลานชายปิดเทอม ได้ขอติดตามมาด้วย และช่วยตนกวาดถนนทุกวัน ซึ่งทำมานานแล้ว ตั้งแต่ยังอยู่ชั้นป.1 ก็จะใช้ช่วงเวลาว่างวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือ ปิดเทอม ออกมาช่วยตนกวาดถนนอย่างสม่ำเสมอ

ขณะที่ น้องอู๊ด บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ขอตาออกมาด้วย เพราะอยากช่วยตากวาดถนน ไม่รู้สึกเหนื่อย และไม่ได้อายเพื่อน ที่ต้องออกมากวาดขยะ201610251045137-20041022171637201610251045138-20041022171637

ที่มา>>>ข่าวสด

วิจารณ์กระหึ่ม ภาพ”เงาปริศนา”ปรากฏตรงศพคนขี่จยย.หลังพุ่งชนปิกอัพ

กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กรณีคลิปรถจักรยานยนต์พุ่งชนรถปิกอัพที่เลี้ยวตัดหน้าอย่างจัง จนคนขี่รถจักรยานยนต์กระเด็นไปกระแทกเสาไฟฟ้าจนเสียชีวิตคาที่ แต่ปรากฏว่ามีการแชร์คลิปวิดีโอนี้แล้วพบว่ามีเงาคล้ายคนปรากฏขึ้นตรงจุดที่ศพคนขี่จักรยานยนต์นอนอยู่ จนเกิดวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง บ้างก็เชื่อว่าเป็นวิญญาณของผู้ตาย แต่มีคนส่วนใหญ่เชื่อว่าน่าจะเป็นการตัดต่อมากกว่า

ที่มา>>>ข่าวสด

กล้องวงจรปิดจับภาพชัด!! มือฆ่าหั่นศพ6ท่อน-ล่าหนุ่มปราจีนฯ คลี่คดีสะเทือนขวัญ

จากกรณีฆ่าหั่นศพ ซึ่ง พ.ต.ท.พิทักษ์ วาปีทะ สารวัตร(สอบสวน) สภ.ห้วยหลวง อ.เมือง จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุฆ่าหั่นศพ ที่กระท่อมเฝ้าไร่อ้อย ท้ายหมู่บ้านโนนสวรรค์ ถนนโนนสวรรค์-โคกสะอาด ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.ท.สมโภชน์ ประจิตร รอง ผกก.สส.ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้า สภ.ห้วยหลวง เจ้าหน้าที่พฐ. แพทย์นิติเวช และ เจ้าหน้าที่มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน201609161236327-20041019160606ที่เกิดเหตุพบเป็นกระท่อมทำด้วยไม้ยกพื้นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างจากหมู่บ้านราว 1 ก.ม. มีชาวบ้านประมาณ 100 คน มุงดูอยู่ ในครัวพบชิ้นส่วนศพนายปัญญา ทองศรี อายุ 50 ปี อยู่หมู่ 4 บ้านหนองฮาง ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี ถูกหั่นแยกเป็น 6 ชิ้น โดยท่อนแขนถูกตัดจากหัวไหล่ ส่วนท่อนขาถูกตัดตั้งแต่หัวเข่า ก่อนนำไปใส่ไว้ในถังน้ำสีน้ำเงินวางอยู่ใต้ถุนกระท่อม ขณะที่ส่วนศีรษะและลำตัวอยู่ในถุงปุ๋ยข้างๆ กัน201609161236326-20041019160606ในที่เกิดเหตุ ยังพบถุงพลาสติกสีดำวางอยู่ข้างท่อนไม้ในครัว ภายในมีน้ำและเลือดอยู่ ส่วนมีดพร้าเปื้อนเลือดวางอยู่ข้างถุงปุ๋ย กับมีดทำครัวยาว 20 ซ.ม.วางอยู่บนแคร่ ห่างไปเล็กน้อย ขณะที่บนกระท่อมที่นอนมุ้งยังกางอยู่ หวดนึ่งข้าวเหนียวยังตั้งอุ่นอยู่บนเตาไฟ นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยี่ห้อแอลเอ สีแดง ที่คาดว่าเป็นของคนร้ายจอดอยู่หน้ากระท่อม ส่วนรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีแดง-ขาว ทะเบียน 1กข 7659 อุดรธานี ของผู้ตายหายไป201609161236325-20041019160606สอบสวน นายธีระยุทธ พรมขาว อายุ 40 ปี เพื่อนผู้ตาย และเป็นคนพบศพคนแรก ให้การว่า ช่วงเช้าตนมาเรียกหาผู้ตายตามปกติ แต่ไม่มีเสียงตอบ พอเดินตามหาเข้าไปในครัว ก็พบชิ้นส่วนแขนขาวางอยู่ในถังพลาสติก ก็ถึงกับช็อกจึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านและตำรวจ

ขณะที่นายทองปาน ทองศรี อายุ 45 ปี น้องชายผู้ตาย ให้การว่า ผู้ตายมีครอบครัวแล้ว แต่ภรรยาไปทำงานที่เกาหลี ส่วนลูกชาย 2 คน ก็ไปทำงานอยู่ที่ไต้หวัน เพื่อหาเงินส่งให้ใช้หนี้ ธ.ก.ส. จำนวน 6 แสนบาท ส่วนผู้ตายมานอนเฝ้าไร่อ้อย ที่พ่อตาแบ่งที่ดินให้กับภรรยาซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็กจำนวน 50 ไร่ เพราะภรรยาและลูกผู้ตายส่งเงินเลี้ยงดูพ่อตามาตลอด จึงได้รับมรดกมากกว่าลูกคนอื่น แต่ช่วงหลังผู้ตายทะเลาะกับพ่อตา เพราะไม่พอใจที่ผู้ตายชอบพาเพื่อนมานั่งดื่มเหล้าที่บ้าน และไม่ทำงานจริงจัง ผู้ตายจึงแยกตัวออกมาอยู่ที่กระท่อมที่เกิดเหตุ แต่ก็ยังนำเงินที่ภรรยาฝากมา ไปให้พ่อตาเป็นประจำ ก่อนหน้านี้เคยบ่นให้ฟังเรื่องญาติภรรยา ไม่พอใจที่ได้มรดกเยอะกว่าคนอื่นๆ

ด้านนายสุวัฒน์ เหล่าเจริญ ผญบ.โนนสวรรค์ ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี ให้การว่า ผู้ตายนิสัยดี ไม่ทำตัวเป็นนักเลง เมื่อเดือนมิถุนายน พบผู้ตายนอนซมอยู่บนกระท่อม คนเดียว สอบถามเล่าให้ฟังว่าถูกญาติภรรยาทำร้าย แต่ไม่ยอมบอกว่าใครทำร้าย และไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีด้วย201609161236321-20041019160606ขณะที่ พ.ต.อ.ชวิศ กล่าวว่า คนร้ายน่าจะเป็นคนใกล้ชิดหรือญาติ โดยเข้ามาฆ่าผู้ตายในเวลาเช้ามืด ขณะที่ผู้ตายตื่นขึ้นมาหุงหาอาหาร จากนั้นจึงลงมือหั่นศพเพื่อหวังจะนำไปทิ้งอำพราง แต่คาดว่าจะมีชาวบ้านผ่านไปทำไร่ทำนา ทำให้คนร้ายทิ้งศพแล้วขี่รถจักรยานยนต์ของผู้ตายหลบหนีไป เบื้องต้นตำรวจตั้งประเด็นการสังหารไว้ที่ปมขัดแย้งเรื่องมรดกของภรรยา เพราะภรรยาผู้ตายซึ่งเป็นลูกสาวคนสุดท้อง ได้รับมรดกเป็นที่ดินมากกว่าพี่สาวอีก 3 คน แต่ยังไม่ตัดเรื่องทะเลาะวิวาท หรือธุรกิจมืด ชั้นนี้มุ่งไปที่ปมมรดกมากกว่า จากนี้ต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอจากศพ และกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางที่คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น201609161236323-20041019160606ความคืบหน้า วันที่ 16 ก.ย. ที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ได้เรียกประชุมทีมสืบสวนหารือเร่งสืบสวนจับกุมคนร้ายคดีฆ่าหั่นศพสะเทือนขวัญเมืองอุดรฯ โดยมีผู้ร่วมนำหลักฐานมาสรุปร่วม ประกอบด้วย พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี , พ.ต.ท.สมโภชน์ ประจิตร รอง ผกก.หน.สภ.ห้วยหลวง , พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รอง ผกก.สส.ฯ , พ.ต.ท.อาทิตย์ จันทา สว.สส.ฯ , ร.ต.อ.บรรจง พาโคตร , ร.ต.อ.วิเชียร คล้อยดี และชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง โดยทีมสืบสวนระบุว่าได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิด พบผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่คาดว่าเป็นฆาตกรมือฆ่าหั่นศพ เนื่องจากเป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องสงสัย และรถจักรยานปั่นสองล้อ ที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งน่าจะเป็นนายอนุรักษ์ โนวฤทธิ์ อายุ 33 ปี อยู่ ม.1 ต.ท่างาม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี

พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ภ.จวงอุดรธานี เปิดเผยว่า จากการวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ คนร้ายน่าจะเป็นคนใกล้ชิดหรือญาติ โดยเข้ามาฆ่าผู้ตายในช่วงเวลาเช้ามืด ขณะที่ผู้ตายตื่นขึ้นมาหุงหาอาหาร จากนั้นจึงลงมือหั่นศพเพื่อหวังจะนำไปทิ้งอำพราง แต่คาดว่าจะมีชาวบ้านผ่านไปทำไร่ทำนา ทำให้คนร้ายทิ้งศพแล้วขี่รถจักรยานยนต์ของผู้ตายหลบหนีไป เบื้องต้นตำรวจตั้งประเด็นการสังหารไว้ที่ปมขัดแย้งเรื่องมรดกของภรรยา เพราะภรรยาผู้ตายซึ่งเป็นลูกสาวคนสุดท้อง ได้รับมรดกเป็นที่ดินมากกว่าพี่สาวอีก 3 คน แต่ยังไม่ตัดเรื่องทะเลาะวิวาท หรือธุรกิจมืด นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานปั่นสองล้อที่พบจอดทิ้งไว้ข้างกระท่อมนาที่เกิดเหตุ

ต่อมาตรวจสอบพบว่าเป็นรถจักรยานปั่นสองล้อที่แจ้งหายเอาไว้ที่หมู่บ้านคุณธรรมธานี ชุมชนหนองสำโรง ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ เกือบ 10 กิโลเมตร คาดว่าคนร้ายปั่นจักรยานไปหาผู้ตายที่บ้านเพื่อขอยืมเงิน หรือตกลงอะไรบางอย่างแล้วไม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ จึงลงมือฆ่าขณะผู้ตายเผลอ และยังไม่ทิ้งประเด็นคนใกล้ตัวบงการฆ่าปมแย่งมรดก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ด้านชุดสืบสวนภาค 4 นำโดย พ.ต.อ.กิตติพงษ์ จิตรคาม ผกก.สส.ภ.4 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผกก.สส.ภ.4 ,พ.ต.ท.ณัฐพล มุงคำภา สว.สส. ,พ.ต.ต.สมภพ กองสมบัติ พร้อมด้วยทีมสืบสวนได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่ช่วงถนนทางเข้าจุดที่เกิดเหตุไปตามถนนสายอุดร-กุดจับ ทั้งขาไปและขากลับเข้าตัวเมืองอุดรฯ ก็พบผู้ต้องสงสัยเป็นชายอายุประมาณ 30-40 ปี รูปร่างสูงประมาณ 165 ซม. รูปร่างผอม หน้าตอบผิวดำแดง สวมหมวกแก๊ป และมีเสื้อคลุมเหมือนสูทเก่าๆ ขับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีแดง-ขาว ทะเบียน 1กข 7659 อุดรธานี ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ของผู้ตายที่หายไปหลังเกิดเหตุ ไปตามถนนสายอุดร-กุดจับ และบางช่วงพบที่ถนนหนองสำโรง

นอกจากนี้ยังพบว่า กล้องวงจรปิดบริเวณหน้าหมู่บ้านคุณธรรมธานี พบชายต้องสงสัยปั่นจักรยานคันที่พบในที่เกิดเหตุ ไปตามถนนสายหนองสำโรง มุ่งหน้าไปตามถนเลี่ยงเมืองอุดร-หนองบัวลำภู แล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนสายอุดร-กุดจับ เพื่อมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านโนนสวรรค์ จุดเกิดเหตุ ทำให้มั่นใจว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุ คือ นายอนุรักษ์ โนวฤทธิ์ อายุ 33 ปี ผู้ต้องสงสัย เคยไปหาและรู้จักกับผู้ตาย และยังหายตัวไปหลังเกิดเหตุ อยู่ระหว่างการติดตามตัวคาดว่าจะหลบซ่อนตัวที่บ้านญาติหรือบ้านเพื่อนแถวถนนรอบเมืองอุดรธานี

ที่มา>>>ข่าวสด

เพิ่งเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ก่อนตาย!! หนุ่มเบญจเพสกับจยย.คู่ใจ-รถพ่วงชนดับสยอง

 วันที่ 10 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.15 น. วันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.บัญชา สุขกรง รองสารวัตรสอบสวน สภ.กุยบุรี รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์โดนเฉี่ยวชนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บนถนนเพชรเกษมฝั่งล่องใต้ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 281/900 บ้านหนองตาเสือ ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยกู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น PCX สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีชาวบ้านช่วยกันยกขึ้นจากร่องกลางถนนไปจอดหน้าบ้านหลังหนึ่ง สภาพด้านหน้าและข้างซ้ายพังไปทั้งแถบ มีร่องรอยของรถคันที่เฉี่ยวชนเป็นสีฟ้าติดอยู่ที่ตัวรถ ส่วนคนขับขี่เป็นชายอาการสาหัส มีเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลกุยบุรีได้นำตัวไปโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งต่อมาทราบว่าเสียชีวิต โดยทราบชื่อ คือ นายพิษณุ หอมฟุ้ง อายุ 25 ปี อยู่ ม.10 ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า นายพิษณุ พร้อมกับพวกได้ขับขี่จักรยานยนต์บนถนนเพชรเกษม ถึงที่เกิดเหตุ นายพิษณุกำลังเร่งเครื่องแซงรถพ่วงคันหนึ่ง ซึ่งไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน โดยด้านหลังบรรทุกท่อน้ำขนาดใหญ่มาเต็มคัน โยกแซงรถที่อยู่ด้านหน้าในเวลาเดียวกับนายพิษณุกำลังแซงพอดี ทำให้รถของนายพิษณุที่ขี่มาด้วยความเร็วกระแทกชนเข้ากับด้านท้ายรถพ่วง และเสียหลักล้มลง ไถลตกลงไปในร่องกลางถนน จนเสียชีวิตดังกล่าว  ส่วนรถพ่วงคันดังกล่าวไม่ได้จอดลงมาดูเลย โดยขับรถหายไปกับความมืด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวน เพื่อติดตามรถคันคู่กรณีมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด