ระทึก!ศรีนครินทร์ไฟเผาวอดบริษัททำรองเท้าแบรน์ดัง เลขาฯสาวติดในลิฟต์ถูกคลอกย่างสดสยอง

 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ก.ย. ร.ต.อ.พลากร ถนอมพันธ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.คลองตัน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับอาการบาดเจ็บติดค้างภายในลิฟต์ ตั้งอยู่ระหว่าง ซอยศรีนครินทร์ 20-22 ถนนศรีนครินทร์ แขวงและเขตสวนหลวง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยพ.ต.อ.กิตติกร บุญสม รอง ผบก.น.5 ร.ต.อ.สุทัศน์ ฐานบำรุง รอง สวป.สน.คลองตัน และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ก่อนประสานรถน้ำจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร จำนวน 5 คัน เข้าช่วยฉีดน้ำ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 6 ชั้น ปลูกติดเรียงกันหลายคูหา บริเวณชั้นที่ 6 ของอาคารเลขที่ 906-908 ซึ่งเปิดเป็นบริษัท เลเธอร์ แคเลอรี่ จำกัด ประกอบกิจการผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์รองเท้าและกระเป๋าหนัง ภายใต้แบรนด์ ST.JAMES, TREND, GINZ พบแสงเพลิงกำลังพวยพุ่ย โหมกระหน่ำอยู่ที่บริเวณชั้นดังกล่าวเสียหายทั้งชั้น เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยกันฉีดน้ำสกัดกั้น ซึ่งระหว่างนั้นทราบว่ามีผู้ติดค้างอยู่ภายในลิฟต์บริเวณชั้นที่ 5 จึงประสานนำอุปกรณ์เครื่องมือตัดถ่าง เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนโดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จนสามารถนำตัวผู้บาดเจ็บออกมาได้ ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.นฤมล จึงรัตนนากุล อายุ 38 ปี ตำแหน่งเลขานุการของบริษัท อยู่ในอาการนอนหมดสติถูกไฟคลอกตามทั่วร่างกาย ก่อนทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นพร้อมทั้งเร่งนำส่งโรงพยาบาลวิภาราม เพื่อรักษาอาการ แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา  สอบสวนน.ส.รจนา เรืองศิริ อายุ 36 ปี หัวหน้าแผนกตรวจสอบคุณภาพสินค้า ให้การว่า โดยก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเวลา 07.00 น. ที่ผ่านมา ตนเดินทางเข้ามาเปิดบริษัทเพื่อรอให้พนักงานทั้งหมดจำนวนกว่า 50 ราย เข้ามาทำงานกันตามปกติในช่วงเวลา 09.00 น. ระหว่างนั้นตนได้กลิ่นเหม็นไหม้จากชั้นบน จึงตัดสินใจขึ้นลิฟต์ไปดูที่ชั้น 3 แต่ก็ยังไม่พบแสงเพลิงจึงลงมาชั้นล่าง เพื่อนำกุญแจขึ้นไปเปิดห้องเก็บเอกสารที่อยู่บริเวณชั้นที่ 6 เมื่อเดินขึ้นไปตรวจสอบอีกครั้งก็พบแสงเพลิงกำลังพวยพุ่งโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง จึงใช้ถังดับเพลิงเคมีฉีดสกัดกั้น แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้จึงรีบวิ่งลงมา ขณะนั้นเมื่อมาถึงบริเวณชั้นที่ 5 ตนได้ยินเสียงมีคนเคาะประตูลิฟต์จากด้านใน จึงรีบวิ่งลงมาด้านล่าง ก่อนแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟ ซึ่งติดอยู่กับฝาผนังก่อนลุกลามกล่องสินค้าที่วางอยู่บริเวณชั้นที่ 6 ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีพื้นที่เสียหายทั้งหมดประมาณ 40 ตารางเมตร หลังจากนี้จะประสานให้ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงพร้อมทั้งประเมินค่าความเสียหายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

บรรเจิด! รองเท้าลายไทย ใส่แล้วภาคภูมิใจ ช่างสลักเทียนแกะขาย

หนุ่มบุรีรัมย์ จากช่างสลักต้นเทียนพรรษากวาดแชมป์มาหลายสมัย ใช้เวลาว่างบรรจงแกะสลักลายไทยและลายการ์ตูนลงบนรองเท้าแตะหูคีบ จากรองเท้าธรรมดาราคาเพียง 100 บาท เพิ่มมูลค่าเป็นกว่า 200 เผยได้แรงบันดาลใจจากคู่รักสาวไทยหนุ่มญี่ปุ่น…

วันที่ 28 เม.ย. ผู้สื่อข่าว จ.บุรีรีมย์ ได้เดินทางไปพบกับนายปภินวิช หรือเจ ดอกประโคน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/3 ชุมชนวัดแจ้ง ม.1 ต.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป และยังเป็นหนึ่งในทีมช่างฝีมือ แกะสลักต้นเทียนพรรษาของวัดแจ้ง อ.ประโคนชัย ได้ใช้เวลาว่างเว้นแกะสลักลวดลายต่างๆ ที่วิจิตรงดงาม และเป็นลายเส้นอ่อนช้อยใส่บนพื้นรองเท้าแตะหูคีบ โดยนายปภินวิช ได้นำรองเท้าแตะที่ได้บรรจงแกะสลักลวดลายต่างๆ ดังกล่าว ออกมานำเสนอทางเฟซบุ๊ก และสื่อโซเชียลต่างๆนายปภินวิช เล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจในการแกะสลักรองเท้าแตะหูคีบในครั้งนี้ว่า เริ่มจากมีคู่รักหญิงชาวไทยกับหนุ่มชาวญี่ปุ่นรายหนึ่ง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กับบ้านของตนเอง ฝ่ายหญิงซึ่งรู้จักกับตนเป็นการส่วนตัวได้มาบอกกับตนว่าแฟนหนุ่มชาวญี่ปุ่น อยากได้รองเท้าแตะที่มีการแกะสลักลวดลายไทยและลวดลายต่างๆ ใส่ไว้บนพื้นผิวของรองเท้า จึงอยากว่าจ้างให้ตนช่วยแกะสลักลวดลายบนรองเท้าแตะหูคีบให้จำนวน 2 คู่ เพราะเห็นว่าตนเป็นหนึ่งในทีมช่างฝีมือแกะสลักต้นเทียนพรรษา ของซุ้มขบวนต้นเทียนพรรษาของวัดแจ้งซึ่งชนะการประกวดขบวนแห่ต้นเทียนพรรษาของ อ.ประโคนชัย ติดต่อกันมาแล้วหลายสมัย ตนคิดว่าไม่น่าจะยากอะไรจึงตกปากรับคำ เพราะคิดว่าขนาดต้นเทียนพรรษายังแกะสลักได้ รองเท้าก็น่าจะแกะสลักได้เช่นกันจากนั้นจึงได้ศึกษาวิธีการแกะสลักรองเท้าจากเว็บไซด์ต่างๆ ก่อนจะมาลงมือแกะสลักรองเท้าแตะ 2 คู่แรก โดยได้แกะสลักเป็นลายไทย ก่อนจะนำไปขายให้คู่รักไทยญี่ปุ่นในราคาคู่ละ 235 บาท ซึ่งหนุ่มชาวญี่ปุ่นถูกใจมากกับรองเท้าคู่ดังกล่าว

หนุ่มประโคนชัย กล่าวต่อว่า สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการแกะสลักของตนมีมีดคัตเตอร์ที่ไว้ใช้สำหรับแกะ น้ำมันมะกอกไว้ใส่ชโลมใบมีดคัตเตอร์ เพื่อลดความหนืดและให้ใบมีดมันลื่น ง่ายต่อการกรีดลงบนพื้นผิวรองเท้า นอกจากนี้ยังมีดินสอ ยางลบ และปากกาไว้สำหรับร่างแบบลวดลายต่างๆ เป็นต้นแบบบนแผ่นกระดาษไว้เพื่อเลือกแบบ จากนั้นจึงคัดลอกร่างแบบลวดลายที่ต้องการลงบนพื้นผิวของรองเท้าแตะ โดยเฉลี่ยรองเท้า1 คู่ใช้เวลาในการแกะสลักประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งตนจะใช้เวลาว่างในช่วงหัวค่ำหรือเวลาว่างในช่วงวันหยุดตอนกลางวัน นั่งแกะสลักรองเท้ามาได้ประมาณ1 สัปดาห์ แกะรองเท้าได้3 คู่ และขายไปหมดแล้วทั้ง3 คู่ โดยลวดลายที่แกะจะเป็นลายไทย ลายการ์ตูน หรือลวดลายต่างๆตามที่ลูกค้าสั่ง“หลังจากขายไป3 คู่ ได้มีคนรู้จักและแฟนเพจทยอยสั่งรองเท้าแกะสลักเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่เพราะเพิ่งเริ่ม ขณะนี้มียอดสั่งจองประมาณ10 คู่ ซึ่งมีทั้งลายไทย ลายการ์ตูน ส่วนรองเท้าก็ไปหาซื้อตามร้านค้าและตลาดนัดคลองถมทั่วไปในราคาคู่ละ 110 บาท จากนั้นนำมาแกะสลักลวดลาย และจำหน่ายในราคาค่ะ 235 บาท โดยรองเท้า1 คู่จะได้กำไรคู่ละ125 บาท ท่านใดที่สนใจอยากได้รองเท้าแตะหูคีบแกะสลักลวดลายต่างๆติดต่อโดยตรงได้ที่เฟซบุ๊ก paphinwitDorkprakhon หรือที่โทรศัพท์หมายเลข 08-5206-7235” นายปภินวิช กล่าว.

ที่มา>>>Thairath