เด็กโร่แจ้งตร.นึกว่าศพโดนมัดถ่วงแม่น้ำ! ที่แท้รูปปั้นพระพิฆเนศชาวบ้านเชื่ออยากขึ้นจากน้ำ

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ร.ต.อ.ธรรมวัฒน์ สุขีวัฒน์ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี รับแจ้งพบวัตถุคล้ายศพคนถูกมัดมือมัดเท้าจมอยู่ใต้แม่น้ำแควใหญ่ บริเวณสวนสมเด็จพระญาณสังวรณ์ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ พบกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่มาเล่นน้ำคลายร้อนอยู่ในอาการตื่นตกใจ พร้อมชี้ให้ดูจุดที่พบวัตถุคล้ายศพคนซึ่งจมอยู่ใต้น้ำลึกประมาณ 1 เมตร และห่างจากฝั่งประมาณ 10 เมตรจากนั้นหน่วยกู้ภัยจึงลงไปตรวจภายในแม่น้ำแล้วพบว่า วัตถุดังกล่าวเป็นรูปปั้นพระพิฆเนศขนาดใหญ่ความสูงประมาณ 150 ซ.ม. น้ำหนักกว่า 100 ก.ก. มีสภาพสมบูรณ์ มีร่องรอยตะไคร่น้ำรวมถึงเศษโคลนติดอยู่หลายจุดคาดว่าน่าจะอยู่ใต้น้ำมาระยะหนึ่งแล้ว เมื่อพยายามจะนำขึ้นมาจากน้ำแต่ปรากฎว่าไม่สามารถนำขึ้นมาได้ เพราะรูปปั้นมีน้ำหนักมากและยังทำให้ส่วนข้อมือหัก ต่อมาหน่วยกู้ภัยร่วมกับทหารกองพลทหารราบที่ 9 และชาวบ้านรวมกว่า 10 คนออกแรงช่วยกันยกอีกครั้งจึงสามารถนำขึ้นมาจากน้ำได้สำเร็จ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า รูปปั้นดังกล่าวอาจจะถูกเจ้าของนำมาทิ้งน้ำเพื่อสะเดาะเคราะห์ หรืออาจถูกกลุ่มมิจฉาชีพขโมยมาจากวัดหรือรีสอร์ต เพราะรูปปั้นนี้มีราคามากกว่า 1 หมื่นบาทแต่อาจจะหาที่ขายไม่ได้จึงตัดสินใจนำมาทิ้งในแม่น้ำเพื่อทำลายหลักฐาน ซึ่งก็จะได้มีการตรวจสอบบันทึกการแจ้งความว่ามีการแจ้งหายเอาไว้หรือไม่ต่อไป

ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงการที่รูปปั้นพระพิฆเนศหนักมากกว่าร้อยกิโลจะถูกน้ำซัดมาเกยฝั่งจนมีผู้มาพบว่าเป็นไปได้อย่างไร โดยชาวบ้านเชื่อว่าอาจจะเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของรูปปั้นพระพิฆเนศที่อยากจะขึ้นจากน้ำจึงลอยมาเกยฝั่งและดลใจให้มีผู้มาพบเห็นจนสามารถนำขึ้นมาได้ในที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

ปรับ 2 สาวดำน้ำจับปลาดาวถ่ายรูปโพสต์ไอจี กลุ่มอนุรักษ์ฯวอนนักท่องเที่ยวมีจิตสำนึก

กรณีภาพหลุดมาในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งใช้นามว่า pop_wilawan 0204 และ aaey_suparat โพสต์ รูปลงไปเล่นน้ำ ดำน้ำและจับสัตว์น้ำชนิดปลาดาว ขึ้นมาโชว์ เพื่อถ่ายภาพแล้วโพสต์ในสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อ 12 มิ.ย. เวลา 21.30 น. ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามบุคคลในภาพที่ปรากฏในโลกโซเชียล จนสืบทราบว่าบุคคลทั้ง 2 คนพักอยู่ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง จึงได้ไปสอบถามจนพบบุคคลดังกล่าวทราบชื่อ น.ส.ศุภรัตน์ อายุ 22 ปี และน.ส.วิลาวรรณ อายุ 22 ปี จึงสอบถามถึงภาพที่ปรากฏทั้ง 2 คนยอมรับว่าได้จับปลาดาวจริง จึงได้แจ้งว่าเป็นการกระทำความผิดพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา16(3) และมาตรา18 เจ้าหน้าที่จึงได้เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 2,500 บาทไปตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. กลุ่มนักอนุรักษ์ท้องทะเลในพื้นที่ จ.สตูล และเครือข่ายเฝ้าระวังอนุรักษ์ทะเลอันดามัน โดยเฉพาะกลุ่มรีฟกาเดี้ยน ไกด์ท้องถิ่น ชมรมมัคคุเทศก์ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา หน่วยปฏิบัติการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ 491 (หลีเป๊ะ) กองทัพเรือภาคที่ 3 ตำรวจ สภ.หลีเป๊ะ ช่วยการหาข้อมูลและต้นตอของภาพ หลังพบว่าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ และนักท่องเที่ยวไทย ที่อยู่บนเกาะหลีเป๊ะ ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่โพสต์ภาพนั้น ขณะนี้กำลังเร่งหาตัวมาเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายอุทยานฯ สร้างความไม่สบายใจให้กับนักอนุรักษ์และคนในพื้นที่ จ.สตูล กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งของนักท่องเที่ยวที่ไร้ความรับผิดชอบ ต่อการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ นายธนิตศักดิ์ ธนาศักดิ์ สมาชิกกลุ่มรีฟกาเดี้ยน และไกด์ท้องถิ่น กล่าวว่า ส่วนใหญ่เวลานักท่องเที่ยวมาก็ไม่ได้รู้ก่อนว่า อะไรควรทำหรือไม่ควรทำ ในรูปแบบการท่องเที่ยวทางทะเล บางครั้งกิจกรรมทางทะเลมันเป็นสิ่งที่สวยงาม บางครั้งความสวยงามที่อยู่ภายใต้ทะเล ก็ไม่สามารถสัมผัสได้ หรือหยิบจับกลับบ้านได้ เพราะว่าตรงนี้จะมีข้อกฎหมายหลายเรื่อง ที่เป็นข้อห้ามข้อบังคับ การอนุรักษ์หรือการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต้องอยู่ในขอบเขต และต้องตระหนักด้วยตัวเราเองด้วย สิ่งนั้นที่เห็นว่าสวยสิ่งนั้นเห็นอยากจะสัมผัส อยากจะจับแล้วลงไปหยิบ ไปจับมันได้มันจะทำให้เสียหายต่อระบบนิเวศน์หรือธรรมชาติ

“สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็อยากให้หน่วยงานหลายๆภาคส่วนร่วมมือกันแก้ปัญหา แต่ครั้งนี้ที่เราแก้ปัญหาเราก็ร่วมมือกับหลายๆหน่วยงาน ในเครือข่ายของตาสัปปะรดในกลุ่มรีฟกาเดี้ยน กลุ่มมัคคุเทศก์ หรือกลุ่มนักท่องเที่ยว ช่วยกันเป็นหูเป็นตามีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจากเหตุการณ์นี้ ที่มีการหยิบจับ ก็ส่งมาให้ทางกลุ่มรีฟกาเดี้ยน ทางเราก็จะรีบแจ้งให้ทางอุทยานฯ ได้รับทราบ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจน้ำ หรือเจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ในพื้นที่เข้าดำเนินการ อาจจะมีการตักเตือนหรือว่าถ้าได้ประกาศออกไปหลายๆครั้งแล้ว ผ่านโลกโซเชียลหรือผ่านสื่อแล้ว มันดังไปแล้วแต่เขายังไม่รู้สึกยังทำผิดอยู่ก็ต้องดำเนินการปรับและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด” นายธนิตศักดิ์ กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด