“เจสซี วาร์ด” จับไมค์ครั้งแรก ออกรายการ I Can See Your Voice จะเสียงเพราะหรือเพี้ยน!?

เจสซี วาร์ด นางแบบชื่อดังในโลกโซเชียล ออกรายการ I Can See Your Voice Thailand มาให้ศิลปินไทเทเนียมทายว่า เธอคนนี้เป็นนักร้องเสียงเพราะหรือเสียงเพี้ยน ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ไทเทเนียมทายว่า สาวเจสซี วาร์ด ร้องเพี้ยน มาดูกันว่า เจสซี ที่นำเพลง มหาลัยวัวชน มาร้อง จะร้องเพราะหรือร้องเพี้ยน! แต่ที่แน่ๆ ดีเจนุ้ย ดีเจเชาเชา และหนุ่มๆไทเทเนีียม ทายผิด จนต้องเอาหน้าไปจุ่มซอสแบบนี้

ขอบคุณที่มา WorkpointOfficial

ป้าวัย65ตื่นหินประหลาดหล่นจากฟ้าทะลุหลังคาบ้าน เชื่อเป็นอุกกาบาตนำโชค-เก็บขึ้นหิ้งบูชา

 เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า บ้านเลขที่ 155 ม.3 ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก ว่ามีหินประหลาดร่วงจากฟ้า ทะลุใส่หลังคาบ้าน จนหลังคาทะลุ กรอบป้ายที่แขวนไว้ข้างฟ้าร่วงแตกกระจาย สร้างความแตกตื่นแก่ประชาชน จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบบ้านที่เกิดเหตุ เป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง มุงหลังคากระเบื้องของนางบัวล้อม ชโลมไพร อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155 ม.3 ต.พลายชุมพล อ.เมืองพิษณุโลก โดยนางบัวล้อมนำก้อนหิน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เซนติเมตร หนักประมาณ 300 กรัม มาให้ดู จากสภาพภายนอกของก้อนหิน มีลักษณะเป็นสีดำ ด้านในของก้อนหินมีลักษณะคล้ายปูน สีขาว ขุ่น ส่องแสงระยิบระยับเวลามีแสงไฟกระทบ นางบัวล้อม เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ช่วงเวลาประมาณ 07.26 น.วันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะนั้นตนกำลังนั่งทานข้าวเช้าเพียงคนเดียว จู่ได้ยินเสียงดังกระทบกระเบื้องหลังคาอย่างแรง คล้ายเสียงปืน ก่อนจะตกลงมาใส่กรอบรูปหลวงปู่แหวนที่แขวนไว้บริเวณข้างฝาหน้าห้องนอน ร่วงตกลงพื้นบ้านแตกกระจาย ตนตกใจคิดว่าใครยิงปืนใส่หลังคาบ้าน แต่พอเดินไปดูก็ไม่พบปลอกกระสุนปืน แต่กลับพบก้อนหินขนาดเท่าไข่ไก่ มีร่องรอยแตกเป็นชิ้นกระจายอยู่ใกล้เคียง ตนก็เอื้อมมือไปหยิบมาดู เพราะไม่รู้ว่าเป็นก้อนอะไร แต่ก็ต้องตกใจก้อนหินดังกล่าวมีความร้อนมาก จึงรีบปล่อยมือ รอจนหินจนคลายความร้อนลง จึงเก็บมาใส่พานเอาไว้ นางบัวล้อม กล่าวต่อว่า ต่อมาลูกสาวเข้าไปดูในโลกโซเชียล พบว่ามีหลายพื้นที่ เช่น ในอ.นครไทย อ.ชาติตระการ ก็เกิดปรากฏการณ์เสียงดังคล้ายระเบิดขนาดใหญ่ มีการสั่นสะเทือนไปหลายพื้นที่ ตนจึงเชื่อว่าก้อนที่ตกใส่หลังคาบ้านตน อาจจะเป็นชิ้นส่วนของอุกกาบาต หรืออะไรสักอย่างที่ร่วงมาพร้อมๆ กับในพื้นที่อื่น และเชื่อว่าจะนำแต่โชคลาภและความโชคดีมาให้ตนและครอบครัว หลังจากนี้ หากมีเจ้าหน้าที่ที่จะขอนำชิ้นส่วนไปพิสูจน์ ตนก็จะให้ได้แต่ชิ้นเล็ก ที่แตกออกมา ส่วนชิ้นใหญ่ตนจะเก็บไว้บูชาตามความเชื่อ นายกิตติศักดิ์ ชโลมไพ อายุ 75 ปี เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุตนอยู่ใต้ถุนบ้าน แต่ก่อนที่จะมีก้อนหินปริศนาล่วงใส่หลังคาบ้านตน ช่วงเวลาประมาณ 07.00 น. ตนได้ยินเสียงดังบนฟ้า แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นเสียงอะไร ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง ภรรยาตนจึงวิ่งลงมาบอกว่า มีก้อนหินหล่นลงมาทะลุหลังคาบ้าน จึงได้ลงขึ้นไปดูกระจกแตกกระจาย ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นอะไร ต่อมา ส.อ.นิเวชย์ เจียมสัน เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลตำบลพลายชุมพล ได้รับมอบหมายจาก นายสมพงษ์ โพธิ์สะวัง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพลายชุมพล ได้นำกระเบื้องมุงหลังคา มาเปลี่ยนให้กับบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหาย จากเหตุการณ์ดังกล่าวอีกด้วย โดยหลังจากเกิดเหตุ นายกิตติศักดิ์ ได้ไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน และร้องขอมายังเทศบาลพลายชุมพลให้มาช่วยเปลี่ยนหลังคาให้

ส.อ.นิเวชย์ เปิดเผยว่า ตอนแรกตนคิดว่าอาจจะเป็นก้อนหินที่ถูกขว้างมาจากที่อื่นแล้วมาทะลุหลังคาบ้าน แต่จากมาดูที่เกิดเหตุแล้ว พบสิ่งของแตกกระจาย และสอบถามเจ้าของบ้านที่ใช้มือจับก้อนหินดังกล่าว มีความร้อนอยู่ จึงคิดว่าไม่ใช่ก้อนหินธรรมดา อาจจะเป็นวัตถุจากนอกโลกหล่นลงมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ในโลกออนไลน์ของชาวพิษณุโลกเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีการโพสต์ถามกันทางเฟซบุ๊กว่า ได้ยินเสียงดังบนท้องฟ้า ในช่วงเช้าของเมื่อวานที่ผ่านมา แต่ก็ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่า มาจากสาเหตุอะไร โดยได้ยินเสียงในหลายอำเภอในจังหวัดพิษณุโลก

ที่มา>>>ข่าวสด

มอบประกาศเกียรติบัตร เด็กชายเก็บธงชาติกลางฝน ศิษย์เก่ามอบเงินฐานะทำความดี

จากที่สื่อสังคมออนไลน์ชื่นชมเด็กนักเรียนคนหนึ่งซึ่งฝ่าสายฝนเก็บธงชาติไทยที่หักตกลงลงบนพื้นถนนหลังถูกพายุฝนพัดถล่มเมื่อวานที่ผ่านมา และมีผู้ถ่ายภาพก่อนนำไปแชร์ในเฟสบุ๊กจนมีผู้ชื่นชมและแชร์กันไปเป็นจำนวนมากตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น14665720141466572073lเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. ที่บริเวณสนามหน้าเสาธงโรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง นายวัฒนชัย พันธุพร ผอ.โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม ได้ทำพิธีมอบใบประกาศ ให้กับเด็กชายประทีป ช่วงชู อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 นักเรียนที่เก็บธงชาติกลางฝนจนเป็นข่าวโด่งดัง และนายรัฐศาสตร์ เฉลยภาพ 16 ปี  นักเรียนชั้น ม4/4 ผู้ที่ถ่ายภาพและนำขึ้นในโลกโซเชียลท่ามกลางนักเรียนกว่า 3 พันคน

เพื่อยกย่อมถึงคุมงามความดีที่นักเรียนคนดังกล่าวทำลงไปและสร้างชื่อสียงให้กับโรงเรียน นอกจากนั้น ยังบอกให้นักเรียนคนอื่นๆเอาเป็นตัวอย่างในการทำความดี โดยเฉพาะการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งหลังจากทางโรงเรียนได้มอบใบประกาศให้กับเด็กนักเรียนทั่งคู่แล้วนั้นทางศิษย์เก่าขอโรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม ได้นำเงินมามอบเพื่อเป็นแรงจูงใจในการทำความดีให้กับทั้งคู่อีกจำนวนหนึ่งด้านนายวัฒนชัย  กล่าวว่า ทางโรงเรียนรู้สึกดีใจที่เด็กนักเรียนโรงเรียนเป็นเด็กดี  ที่สำคัญการทำความดีโดยมาจากจิตสำนึกของตนเองแสดงว่าเด็กคนนี้ถูกอบรมสั่งสอนมาอย่างดี  ทางโรงเรียนก็ต้องยกย่องเพื่อเป็นกำลังใจให้กับเด็กที่ทำความดีให้ทำความดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่เป็นข่าวออกไปเด็กคนดังกล่าวก็ถูกสรรเสริญอย่างมากล่าสุดเย็นวันนี้ นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองจะทำการมอบประกาศนียบัตรความดี ให้แก่ ด.ช. ประทีป ช่วงชู ณ ห้องผู้ว่าฯ จ.อ่างทอง

ที่มา>>>ข่าวสด

บรรเจิด! รองเท้าลายไทย ใส่แล้วภาคภูมิใจ ช่างสลักเทียนแกะขาย

หนุ่มบุรีรัมย์ จากช่างสลักต้นเทียนพรรษากวาดแชมป์มาหลายสมัย ใช้เวลาว่างบรรจงแกะสลักลายไทยและลายการ์ตูนลงบนรองเท้าแตะหูคีบ จากรองเท้าธรรมดาราคาเพียง 100 บาท เพิ่มมูลค่าเป็นกว่า 200 เผยได้แรงบันดาลใจจากคู่รักสาวไทยหนุ่มญี่ปุ่น…

วันที่ 28 เม.ย. ผู้สื่อข่าว จ.บุรีรีมย์ ได้เดินทางไปพบกับนายปภินวิช หรือเจ ดอกประโคน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/3 ชุมชนวัดแจ้ง ม.1 ต.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป และยังเป็นหนึ่งในทีมช่างฝีมือ แกะสลักต้นเทียนพรรษาของวัดแจ้ง อ.ประโคนชัย ได้ใช้เวลาว่างเว้นแกะสลักลวดลายต่างๆ ที่วิจิตรงดงาม และเป็นลายเส้นอ่อนช้อยใส่บนพื้นรองเท้าแตะหูคีบ โดยนายปภินวิช ได้นำรองเท้าแตะที่ได้บรรจงแกะสลักลวดลายต่างๆ ดังกล่าว ออกมานำเสนอทางเฟซบุ๊ก และสื่อโซเชียลต่างๆนายปภินวิช เล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจในการแกะสลักรองเท้าแตะหูคีบในครั้งนี้ว่า เริ่มจากมีคู่รักหญิงชาวไทยกับหนุ่มชาวญี่ปุ่นรายหนึ่ง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กับบ้านของตนเอง ฝ่ายหญิงซึ่งรู้จักกับตนเป็นการส่วนตัวได้มาบอกกับตนว่าแฟนหนุ่มชาวญี่ปุ่น อยากได้รองเท้าแตะที่มีการแกะสลักลวดลายไทยและลวดลายต่างๆ ใส่ไว้บนพื้นผิวของรองเท้า จึงอยากว่าจ้างให้ตนช่วยแกะสลักลวดลายบนรองเท้าแตะหูคีบให้จำนวน 2 คู่ เพราะเห็นว่าตนเป็นหนึ่งในทีมช่างฝีมือแกะสลักต้นเทียนพรรษา ของซุ้มขบวนต้นเทียนพรรษาของวัดแจ้งซึ่งชนะการประกวดขบวนแห่ต้นเทียนพรรษาของ อ.ประโคนชัย ติดต่อกันมาแล้วหลายสมัย ตนคิดว่าไม่น่าจะยากอะไรจึงตกปากรับคำ เพราะคิดว่าขนาดต้นเทียนพรรษายังแกะสลักได้ รองเท้าก็น่าจะแกะสลักได้เช่นกันจากนั้นจึงได้ศึกษาวิธีการแกะสลักรองเท้าจากเว็บไซด์ต่างๆ ก่อนจะมาลงมือแกะสลักรองเท้าแตะ 2 คู่แรก โดยได้แกะสลักเป็นลายไทย ก่อนจะนำไปขายให้คู่รักไทยญี่ปุ่นในราคาคู่ละ 235 บาท ซึ่งหนุ่มชาวญี่ปุ่นถูกใจมากกับรองเท้าคู่ดังกล่าว

หนุ่มประโคนชัย กล่าวต่อว่า สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการแกะสลักของตนมีมีดคัตเตอร์ที่ไว้ใช้สำหรับแกะ น้ำมันมะกอกไว้ใส่ชโลมใบมีดคัตเตอร์ เพื่อลดความหนืดและให้ใบมีดมันลื่น ง่ายต่อการกรีดลงบนพื้นผิวรองเท้า นอกจากนี้ยังมีดินสอ ยางลบ และปากกาไว้สำหรับร่างแบบลวดลายต่างๆ เป็นต้นแบบบนแผ่นกระดาษไว้เพื่อเลือกแบบ จากนั้นจึงคัดลอกร่างแบบลวดลายที่ต้องการลงบนพื้นผิวของรองเท้าแตะ โดยเฉลี่ยรองเท้า1 คู่ใช้เวลาในการแกะสลักประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งตนจะใช้เวลาว่างในช่วงหัวค่ำหรือเวลาว่างในช่วงวันหยุดตอนกลางวัน นั่งแกะสลักรองเท้ามาได้ประมาณ1 สัปดาห์ แกะรองเท้าได้3 คู่ และขายไปหมดแล้วทั้ง3 คู่ โดยลวดลายที่แกะจะเป็นลายไทย ลายการ์ตูน หรือลวดลายต่างๆตามที่ลูกค้าสั่ง“หลังจากขายไป3 คู่ ได้มีคนรู้จักและแฟนเพจทยอยสั่งรองเท้าแกะสลักเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่เพราะเพิ่งเริ่ม ขณะนี้มียอดสั่งจองประมาณ10 คู่ ซึ่งมีทั้งลายไทย ลายการ์ตูน ส่วนรองเท้าก็ไปหาซื้อตามร้านค้าและตลาดนัดคลองถมทั่วไปในราคาคู่ละ 110 บาท จากนั้นนำมาแกะสลักลวดลาย และจำหน่ายในราคาค่ะ 235 บาท โดยรองเท้า1 คู่จะได้กำไรคู่ละ125 บาท ท่านใดที่สนใจอยากได้รองเท้าแตะหูคีบแกะสลักลวดลายต่างๆติดต่อโดยตรงได้ที่เฟซบุ๊ก paphinwitDorkprakhon หรือที่โทรศัพท์หมายเลข 08-5206-7235” นายปภินวิช กล่าว.

ที่มา>>>Thairath

ซึ้งได้ใจโซเชียล! “พลทหาร-นักรบสี่ขา” คู่ซี้ไอดอลชายแดนใต้

กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์สำหรับคู่ซี้ที่คนกำลังตามมากที่สุดตอนนี้ระหว่างพลทหารหนุ่มกับ “เจ้าท่อม” ตูบคู่ชีพที่ไปไหนไปกันตลอด ไม่ว่าจะเดินลาดตระเวนหรือเข้าป่า

โดยในเฟซบุ๊ก Long Thatchai มีภาพความประทับใจมากมายระหว่างพลทหารกับสุนัขเพื่อนซี้ที่เขาขนานนามมันว่า “นักรบสี่ขา” ซึ่งชาวโซเชียลต่างแห่กดไลค์กันถล่มทลาย แต่ล่าสุดเขาและสุนัขที่รักต้องจากกันหลังจากภารกิจสิ้นสุดลง993570_239331639750467_4920953370978974638_n12049339_239331313083833_3371622879458690129_n12419250_239331819750449_1097204404849576419_o12439167_239331866417111_4624126050914937927_n12472752_239331266417171_4493463211297302519_n12472787_239331349750496_5509837409842935518_n12801219_239331613083803_7966840387802675241_n12919814_239331516417146_8820012475061435298_n12920266_239331569750474_1974247783463288215_n12920474_239331729750458_5616143717261163284_n12923117_239331206417177_3773963838556813304_n12923360_239331409750490_712710443550321996_n12932626_239331483083816_6054851077655806099_n

ด้านสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ ได้รับการเปิดเผยความประทับใจจาก พลทหารธัชชัย โพธิญาณ อายุ 22 ปี ผู้ที่เลี้ยงเจ้าท่อม ว่าขณะนั้นตนเองกำลังฝึกอยู่ที่ ฉก.อโณทัย จ.ปัตตานี “เจ้าท่อม” เป็นลูกสุนัขที่หลงเข้ามาในค่าย จึงได้นำมาเลี้ยงไว้ ทุกคนก็ช่วยกันเลี้ยง แต่ตนเองจะสนิทกับเจ้าท่อมมาก ปัจจุบันนี้มันก็เป็นหมาวัยรุ่นที่กำลังซน แต่มันมีความซื่อสัตย์ เป็นเพื่อนที่ดีมาก มันไม่เคยทิ้งเราไปไหนไม่ว่าจะเข้าป่า เดินลาดตระเวน ยามกิน ยามนอน นี้เป็นสิ่งที่ทำให้ตนเองและทุกคนรักเจ้าหมาตัวนี้มาก ตอนนี้ตนเองก็ต้องจากเจ้าท่อมมาเกือบเดือนแล้ว และกลับมารอปลดประจำการอยู่ที่ค่ายพญาอินทิรา กองพันทหารสื่อสารที่ 15 อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

ส่วนกรณีที่มีผู้คนตั้งคำถามว่าทำไมถึงไม่พาเจ้าท่อมมาอยู่ด้วย พลทหารธัชชัย กล่าวว่า ไม่ใช่มีเเค่ตนเองที่รักมัน มีเพื่อนๆ อีกหลายคนที่ดูเเลอยู่ ชีวิตของท่อมชินไปกับการอาศัยอยู่ที่ค่ายนั้น หากจะพาเจ้าท่อมกลับมาบ้าน ตนเองเกรงว่ามันจะไม่มีความสุข ตอนนี้ก็เตรียมตัวที่จะสอบเข้าทหารและหวังว่าจะได้กลับไปร่วมงานกับเพื่อนซี้ที่รักอีกครั้ง

ที่มา>>>Thairath