Apple ถูกฟ้อง กล่าวหาว่าเจตนาให้ FaceTime บน iOS 6 มีปัญหา เพื่อให้คนอัพเกรดเป็น iOS 7

เรื่องมีอยู่ว่า มีคดีฟ้องร้องกันที่ศาลแคลิฟอร์เนีย โดยจำเลย Christina Grace ได้กล่าวหาว่าเมื่อปี 2014 แอปเปิลตั้งใจทำให้ FaceTime ใช้งานบน iOS 6 ไม่ได้ เพื่อบังคับให้ผู้ใช้อัพเกรดเป็น iOS 7 ซึ่งทำให้แอปเปิลมีต้นทุนลดลง

ipadtwofacetimeuk-580x358

การฟ้องร้องนี้เกิดขึ้นหลังมีการค้นพบหลักฐาน จากคดี VirnetX ฟ้องแอปเปิลข้อหาละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีที่ใช้ใน FaceTime เมื่อปี 2010 ซึ่งคดีนี้ได้สิ้นสุดเมื่อปีที่แล้ว โดยแอปเปิลยอมจ่ายค่าเสียหาย 302.4 ล้านดอลลาร์

หลักฐานดังกล่าวคืออีเมลของพนักงานแอปเปิล ที่ทำให้เห็นภาพว่า FaceTime ใช้วิธีการเชื่อมต่อสองรูปแบบ แบบแรกเป็นวิธีแบบ peer-to-peer ที่มีปัญหาละเมิดสิทธิบัตร VirnetX ส่วนอีกวิธีคือ relay method โดยส่งข้อมูลผ่านตัวกลางคือ Akamai ผู้ให้บริการเชื่อมโยงโครงข่ายรายใหญ่

ในเอกสารฟ้องร้องระบุว่า เมื่อแอปเปิลถูก VirnetX ฟ้อง ก็เริ่มปรับแก้ไขให้ FaceTime ใช้โครงข่าย Akamai มากขึ้น ซึ่งไม่ละเมิดสิทธิบัตร แต่ก็เกิดปัญหาใหม่คือต้นทุนที่แอปเปิลต้องจ่ายให้ Akamai เอง ก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

เอกสารฟ้องร้องกล่าวหาว่า พอสองวิธีเชื่อมต่อของ FaceTime บน iOS 6 ต่างมีปัญหา อันหนึ่งละเมิดสิทธิบัตร อีกอันมีค่าใช้จ่าย แอปเปิลจึงได้ออกแบบระบบเชื่อมต่อ peer-to-peer บน FaceTime ขึ้นมาใหม่ที่ไม่ละเมิดสิทธิบัตรบน iOS 7 และหาวิธีผลักดันให้ผู้ใช้อัพเกรดไปให้มากที่สุด โดยวิธีนั้นก็คือการทำให้ใบรับรองความปลอดภัยหมดอายุ ซึ่งเมื่อปี 2014 แอปเปิลก็ออก Support Document ระบุปัญหา FaceTime บน iOS 6 ไม่ได้ว่า “อัพเกรดไป iOS 7” (ข่าวเก่า: ปัญหา FaceTime บน iOS 6 จะหมดไป เมื่อคุณใช้ iOS 7)


“สำหรับชาวกระบี่ ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ กระบี่ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO กระบี่ ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

3 วิธีประหยัดดาต้ามือถือคุณ ก่อนที่เน็ตจะหมดก่อนครบเดือน

3 วิธีประหยัดดาต้ามือถือคุณ ก่อนที่เน็ตจะหมดก่อนครบเดือนทุกวันนี้การใช้งานข้อมูลบนมือถือ แต่ละวันก็มีปริมาณมาก ขึ้น โดยเฉพาะโอกาสสำคัญ ๆ จนทำให้บางคนบอกว่า ทำไมดาต้าของมือถือหมดเร็วจัง และไม่อยากจะซื้อเพิ่มด้วยสำหรับบางคนจะทำอย่างไรดี วันนี้  มีคำแนะนำที่ดีในกาประหยัด data บนมือถือมาฝากกัน

ปิด Smart Network Switch สำหรับ android และ WiFi Assist สำหรับ iOS

สำหรับการใช้งาน WiFi ภายในบ้าน ปกติจะดึงเน็ตบ้านเข้ามามากกว่า แต่ว่าหากอยู่บริเวณบ้านที่สัญญาณ WiFi ต่ำ จะทำให้ฟีเจอร์ WiFi Assist ของ iOS รวมถึง Smart Network Switch ของ Android  ทำงาน เพื่อให้เราสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ต่อเนื่อง แต่ความจริงมันมีการดึงดาต้าทั้ง 3G และ 4G มาใช้ด้วย

วิธีปิดนั้นให้เขาไปที่ Setting (ตั้งค่า) > Cellular data > เครือข่ายมือถือ > เลื่อนไปล่างสุดจนเจอ WiFi Assist แล้วกดให้เป็นเครื่องหมายสีเทาสำหรับ Android ให้เข้าไปที่ Setting (ตั้งค่า)> WiFi > เลือกเพิ่มเติม >Smart Network Switch  > กดปิด

เปิดฟีเจอร์ประหยัดข้อมูล

สำหรับบาง Apps ก็สามารถปรับเรื่องการใช้งาน Data ได้ เช่น Google Chrome จะมีฟีเจอร  Data Saver สามารถกดเปิดได้ วิธีการมีดังนี้ กดเครื่องหมาย 3 จุด เลือก Setting หรือตั้งค่า > Data Saver และกดเปิด

นอกจากนี้ใน Android 7.0 ก็มีฟีเจอร์ Data Saver ที่สามารถประหยัด Data ของโปรแกรมอื่นได้เช่นกัน

หมายเหตุ ฟีเจอร์นี้มีเฉพาะ Android เท่านั้น

ใช้งานข้อมูล และ Facebook Live เท่าที่จำเป็น

การใช้งาน Social Network รวมถึงการ Post รูปเป็นจำนวนมากก็ส่งผลให้ Data หมดเร็วขึ้น รวมถึงการใช้ Facebook Live เช่นกัน ดังนั้นดูความเหมาะสมและปริมาณที่คุณมีก่อนที่จะกดอัปโหลด หรือใช้ Facebook Live


“สำหรับชาวสระบุรี ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ สระบุรี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO สระบุรี ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

Microsoft Pix อัปเดทใหม่รองรับกล้องคู่ของ iPhone 7 Plus

Microsoft Pix อัปเดทใหม่รองรับกล้องคู่ของ iPhone 7 Plusหลายคนไม่เคยรู้มาก่อนว่า Microsoft ได้ทำโปรแกรมถ่ายภาพตัวนึ่งที่มีคุณสมบัติจัดว่าดีมากในชื่อของMicrosoft Pix ซึ่งจะอยู่ใน  Android และ iOS เท่านั้น ที่จะทำให้การถ่ายภาพนั้นดูโปรเพราะปรับให้สว่างมากขึ้น ก่อนหน้านี้ Microsoft ได้เพิ่มฟีเจอร์การถ่าย Live Photo ลงไปในโปรแกรมนี้ แต่อาจจะยังไม่สะใจสำหรับคนที่ซื้อ iPhone 7 Plus ที่มีกล้องหลังคู่

ซึ่งตอนนี้ Apps ดังกล่าวรองรับโปรแกรมถ่ายภาพด้วยกล้องหลังคู่ของมือถือรุ่นดังแล้วอย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่หมดเพราะว่ายังแก้ไขโปรแกรมการถ่ายภาพและแสดงผลบางอย่างให้สามารถทำงานได้ราบรื่นขึ้นอีกด้วย ว้าว มันดูยอดไปเลยใช่ไหม ทั้งหมดนี้แจกฟรีสามารถโหลดได้ที่ Apps Store นะครับ


“สำหรับชาวราชบุรี ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ราชบุรี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ราชบุรี ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

พาดูฟีเจอร์ใหม่กับ Siri บน Mac ทำอะไรได้บ้าง ? บอกเลยเจ๋งกว่าที่คิด รองรับภาษาไทยด้วย

macOS Sierra มาพร้อมกับ Feature ที่หลายคนรอคอยก็คือ Siri จะมาอยู่บน Mac ซักที ซึ่งการมาของ Siri ในครั้งนี้ทางทีมงาน MacThai จะมาแอบดูกันว่าเราสามารถใช้งาน Siri ได้แบบไหนบ้างบน Mac แล้วการใช้งาน Siri บน Mac จะช่วยให้เราทำงานได้สะดวกมากขึ้นหรือไม่ วันนี้เราจะมาพบคำตอบกัน สำหรับ macOS Sierra จะปล่อยให้ผู้ใช้งานสามารถอัพเดทได้ฟรี ก่อนสิ้นปีนี้ 

ผู้ช่วยคนเดิม เพิ่มเติมคืออยู่บน Mac

สำหรับใครที่คุ้นเคยการใช้งาน Siri บนอุปกรณ์ iOS อยู่แล้วก็คงรู้ดีว่าเราสามารถสั่งการ Siri ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งจริง ๆ ก็จะไม่แตกต่างกันมากนักในแง่ของการใช้งาน แต่การที่มี Siri อยู่บน Mac นั้นก็อาจจะเพิ่มประสบการณ์การใช้งาน Mac ให้สะดวกยิ่งขึ้น

siri_on_mac_hello

ใน macOS Sierra เราจะสามารถเรียกใช้งาน Siri ได้จากการกดปุ่ม Siri ซึ่งจะมีทั้งอยู่บน Dock และอยู่บน menu bar ด้านบน เมื่อกดแล้วก็สามารถพูดได้ทันที ตัวหน้าต่างของ Siri จะปรากฏค้างไว้อยู่บริเวณมุมขวาบนของหน้าจอ และมีปุ่มปิดเพื่อเสร็จสิ้นงานแล้ว

siri_thai_mac

เราสามารถตั้งค่าการใช้งาน Siri เพิ่มเติมได้ที่ System Preferences โดยไปที่ Siri จากนั้นก็จะมีหน้าต่างขึ้นมา เราสามารถเลือกตั้งค่าต่าง ๆ ได้ทั้ง

  • ภาษาที่ใช้ (มีภาษาไทย)
  • Voice Feedback เลือกว่าต้องการใช้ Siri พูดตอบกลับมาหรือไม่ หากเลือกไม่จะมีแต่ข้อความ
  • Mic input เลือกว่าจะรับเสียงจากอะไร ปกติจะเลือกให้อัตโนมัติ (ถ้าเสียบหูฟังจะรับเสียงจากไมค์ของหูฟัง)
  • Keyboard Shortcut สามารถตั้ง shortcut สำหรับเรียกใช้งาน Siri ได้
  • Show Siri in menu bar เลือกว่าต้องการให้ icon Siri ปรากฏบนแถบด้านบนหรือไม่

หวัดดี สิริ

เราจะมาทดลองใช้กัน ซึ่งต้องบอกก่อนว่า Siri ภาษาไทย อาจจะไม่มีฟีเจอร์เทียบเท่ากับ Siri ในภาษาอังกฤษ ซึ่งก็เหมือนกับ Siri บนอุปกรณ์ iOS และหากต้องการให้ Siri และ Mac สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นขึ้นก็ควรตั้งภาษาของ Siri ให้ตรงกับภาษาของเครื่อง (เช่นเดียวกับ iOS)

เวลา ปฎิทิน การแจ้งเตือน

อาจจะเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่การที่มาอยู่บน Mac นั้นย่อมสร้างความสะดวกสบายให้เรามากขึ้น เช่นเมื่อเราทำงานอยู่แล้วนึกอะไรขึ้นได้ ก็ไม่ต้องหยิบโทรศัพท์หรือพิมพ์ให้ยุ่งยาก เพียงแค่กด Siri แล้วบอกให้สร้างการแจ้งเตือนใหม่เลยก็ได้

siri_ask_reminder_timeแผนที่และค้นหาสถานที่

เราสามารถบอกให้ Siri ค้นหาสถานที่ เปิดแผนแล้วหาเส้นทางไปยังที่ต่าง ๆ ได้ และสามารถส่งแผนที่ไปยังบน iPhone เพื่อเริ่มต้นการเดินทางได้ทันที หรือเราสามารถถามหาสถานที่ปัจจุบันที่เราอยู่ก็ได้ (ต้องเปิดให้ Siri เข้าถึง Location ด้วย)

siri_ask_location

ส่งอีเมล ส่งข้อความ และอ่านให้เราฟัง

เราสามารถสั่งให้ Siri ส่งข้อความ ส่งอีเมล หรือโทร FaceTime ได้ โดย Siri ก็จะทราบชื่อจากรายชื่อผู้ติดต่อบน Mac หรือบน iCloud ของเรา เรายังสามารถบอกให้ Siri อ่านอีเมลให้ฟัง หรือถามว่ามีข้อความใหม่หรือไม่ก็ได้ ซึ่งฟีเจอร์นี้ก็จะใช้งานร่วมกัน Continuity ทำให้สามารถ sync ข้อมูลต่าง ๆ มาจาก iPhone ได้

siri_on_mac_mailing

ในส่วนของการส่งข้อความนั้น ในตอนนี้ Siri ยังแจ้งเราว่าให้เข้าไปทำใน App ซึ่งคาดว่าการพัฒนาในส่วนนี้ยังไม่เสร็จดี ฟีเจอร์นี้น่าจะพร้อมใช้งานในเวอร์ชั่นจริง

siri_on_mac_message

หุ้น

เราสามาถถามข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นกับ Siri ได้ โดยข้อมูลที่นำมาแสดงขั้นก็มาจาก Yahoo เช่นเดียวกับบนอุปกรณ์ iOS

siri_on_mac_stock

ค้นหาข้อมูลผ่าน Google

เราสามารถบอกให้ Siri ค้นข้อมูลต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็น สะพานโกลเดนเกตยาวเท่าไหร่ ? หรือค้นหารูปภาพต่าง ๆ

siri_ask

โดยในส่วนนี้จะมีความพิเศษมาก เนื่องจากเราสามารถลากรูปภาพที่ได้จากการค้นหานั้น มาใส่ในเอกสารที่เรากำลังพิมพ์อยู่ได้ ซึ่งก็น่าจะสร้างความสะดวกเป็นอย่างมาก

siri_drag_and_drop

การทำแบบนี้ ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนหน้าต่างไปเปลี่ยนหน้าต่างมา เพราะ Siri นั้นจะลอยอยู่บนมุมขวาอยู่แล้วเราต้องการรูปอะไรมาประกอบงานของเราก็สามารถบอกให้ Siri ค้นหาแล้วลากมาใส่ได้เลย

ควบคุมการเล่นเพลง

ในส่วนตรงนี้นับว่าสะดวกมาก ๆ เพราะในขณะที่เราทำงานเราอาจจะไม่อยากเสียสมาธิในการไปเปลี่ยนเพลง หรือเปิดเพลง เราก็สามารถสั่งให้ Siri ทำให้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเพลงหรือการควบคุมต่าง ๆ

siri_on_mac_playlist

เราสามาถสั่งได้ตั้งแต่ค้นหาเพลง เปลี่ยนเพลง เล่นเพลงถัดไป ถามชื่อเพลง “สิริ เพลงนี้ชื่ออะไร ?” หรือสั่งให้ Siri เล่นเพลงจาก playlist อย่าง “สิริ เล่นเพลงจากเพลย์ลิสต์ออกกำลังกาย” 

siri_playlist_ask_music

ความสามารถอื่น ๆ

แน่นอนว่าเราสามาถคุยเล่นกับ Siri ได้เช่นเดียวกับบน iOS รวมถึงคำสั่งอื่น ๆ อย่าง “สิริ เปิดแอพรูปภาพ”  หรือ“สิริ พรุ่งนี้ฝนจะตกไหม”

siri_mac_ask_time

สรุป

Siri นั้นเริ่มต้นจากบน iPhone จากนั้นก็มาอยู่บน iPad และตอนนี้  Siri ได้เข้ามาอยู่บน Mac นั่นแสดงว่า Apple เห็นความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีผู้ช่วอัจฉริยะอย่าง Siri ให้เป็นประโยชน์ยิ่งขึ้น แม้ว่าในบางส่วนอาจจะยังตามหลัง Google Now คู่แข่งตัวสำคัญอยู่บ้าง แต่การที่ Siri นั้น native มากับระบบปฏิบัติการ ก็น่าจะช่วยให้การทำงานต่าง ๆ ราบรื่นมากขึ้น เห็นได้ชัดในส่วนของการ Drag and Drop รูปภาพที่ Search จาก Siri แสดงว่า Apple ไม่ได้ต้องการเอา Siri มาทดแทนการคลิกเมาส์ของเรา แต่ต้องการให้ Siri มาค่อยช่วยให้การทำงานของเรารวดเร็วยิ่งขึ้น

sierra_macbook

macOS Sierra จะปล่อยให้ผู้ใช้งานสามารถอัพเดทได้ฟรี ก่อนสิ้นปีนี้  แต่ก่อนหน้านั้น Apple จะมีการเปิดให้คนทั่วไปสามารถลงชื่อร่วมทดสอบ macOS Sierra นี้ได้ในโครงการ Apple Beta Software ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปลงชื่อร่วมทดสอบได้ฟรี เมื่อ Apple พร้อม จะทำการเปิดให้ update ได้

ที่มา>>> MacThai

Apple เสนอถอด Emoji รูปปืนไรเฟิลและอาวุธอื่น ๆ จาก Unicode

apple-blocked-rifle-emoji

Buzzfeed ได้ออกมารายงานว่า แอปเปิลเตรียมยื่นข้อเสนอให้นำ Emoji รูปปืนไรเฟิลออกจากกระบวนการ Encoding สำหรับมาตรฐาน Unicode 9.0 ใหม่ที่จะปล่อยในเดือนมิถุนายนนี้ โดยมีกูเกิลและไมโครซอฟต์ร่วมยื่นข้อเสนอนี้ด้วย

อีโมจิรูปปืนไรเฟิลนั้น เป็นอีโมจิรูปใหม่ที่จะถูกใส่มาใน Unicode 9.0 ซึ่งเป็นหนึ่งในอีโมจิสำหรับการแข่งขันโอลิมปิกที่จะจัดขึ้นในประเทศบราซิล ในปี 2016 นี้ด้วย โดยปืนไรเฟิลนั้นมาจากกีฬายิงปืนที่จะถูกบรรจุในโอลิปิกในครั้งนี้ด้วนั่นเอง

apple-blocked-rifle-emoji 2

โดยสาเหตุที่แอปเปิลจะนำอีโมจิรูปปืนไรเฟิลออก เนื่องมาจากเหตุการณ์ที่มีชายคนหนึ่งกราดยิงในสถานบันเทิง ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 49 ศพด้วยกัน และถ้าใครยังจำกันได้ในงาน WWDC 2016 ที่ผ่านมา Tim Cook ได้ขอให้ผู้ที่มาเข้าร่วมทุกคนยืนไว้อาลัย ให้แก่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในครั้งนี้

apple-blocked-rifle-emoji 3

ซึ่งแอปเปิลมีแผนที่จะนำอีโมจิ รูปปืนและอาวุธทั้งหมด ตั้งแต่ มีด, ระเบิด และบุหรี่ ออกจาก iOS และ macOS นอกจากนี้แอปเปิลยังมีแผนที่จะจัดการกับแอพหรือเกมที่มีรูปปืนอยู่ในไอคอนออกด้วยเช่นกัน

ที่มา – 9to5Mac

Apple ปล่อยแอพ WWDC สำหรับ Apple TV 4 ใหม่ พร้อมอัพเดตแอพบน iOS

wwdc_app_tvos_1งาน Worldwide Developers Conference (WWDC) เป็นอีกหนึ่งงานที่ยิ่งใหญ่ที่แอปเปิลจัดขึ้นทุก ๆ ปีโดยมีจุดประสงค์ให้นักพัฒนาจากทั่วโลกได้มาประชุม หาไอเดียใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาแอพบน iOS, OS X, tvOS, watchOS

และล่าสุดแอปเปิลได้ทำการปล่อยแอพ WWDC บน tvOS สำหรับใช้งานกับ Apple TV รุ่นที่ 4 โดยเฉพาะ ซึ่งแอพนี้สามารถชมถ่ายทอดสด ดูย้อนหลังได้ เพื่อให้นักพัฒนาที่ไม่สามารถเข้าร่วมงานได้จะได้ไม่พลาดทุก Conference

ซึ่งแอพใหม่นี้มีหน้าตาแบบ Dark Mode หน้าตาสวยงาม มีตารางวันเวลาในการจัดสัมมนา และมีไอคอนแอพเป็นรูปเดียวกับบัตรเชิญงาน WWDC 2016 ของปีนี้ด้วยwwdc_app_tvos_2ยิ่งไปกว่านั้น นักพัฒนาสามารถโหลดแอพ WWDC นี้ได้จากบน App Store เพื่อให้สามารถใช้งานบน iPhone, iPad และ Apple Watch ได้อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่านอกจากจะต้องมี Apple ID ในการโหลดแอพนี้มาลงที่เครื่องแล้ว ก่อนที่จะทำการเข้าก็ต้องมี Apple ID สำหรับนักพัฒนาด้วย ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปไม่สามารถใช้แอพนี้ได้wwdcappทั้งนี้งาน WWDC 2016 จะจัดขึ้นที่หอประชุม Bill Graham Civic ในรัฐ ซานฟรานซิสโก สหัรฐอเมริกา ในวันที่ 14 เวลาเที่ยงคืนตรง ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งคาดว่าแอปเปิลจะเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ iOS 10, OS X 10.12, watchOS 3 และ tvOS ใหม่ ใครที่สนใจอย่าพลาดงานนี้เด็ดขาด เพราะแอปเปิลอาจจะเซอร์ไพรส์อะไรเจ๋ง ๆ ด้วย

ที่มา – MacRomors